ที่เห็น และเป็นไป ..

ไม่ใช่หน้ามือเป็นหลังมือ
หากที่เห็นเป็นอยู่คือ ทรามบัดซบ
จากจุดเริ่มอันคุใคร่ ไร้จุดจบ
ผ่านทวนทบท้นท่าม นิยามลม
สูเอย ชัดเจนไหมวิปริต
พันธุ์หน่อเนื้อเชื้อชีวิต สลายล่ม
สิ้นหัวหงอกบอกเล่า รากเหง้างม
เผินจะจมในรอยย่ำ อย่างหนำใจ
หรือ เจริญแล้วนั่นมรรคาวิถี
ทั้งทั้งโลกวันนี้ยังไม่รู้ สู่ทางไหน
อนาคตบทบาทอนาถนัย
นับวันวัยเบื้องหน้า อนาจาร
ครรลองอันควรมั่น โอ้ ครรลอง
ผิดวิสัยใตร่ตรองแล้วลูกหลาน
ลุวันนี้จวบพรุ่ง ข้ามรุ่งกาล
เจ้าทิ้งหายหลายตำนาน ความเป็นคน
แม้แต่ความงดงาม ของชีวิต
ยังพ่ายทิศเคว้งคว้างเสื่อมทางหน
เมื่อรีบเร่งแห่งยุคสมัยดังไฟรน
กลับเหมือนโลกยิ่งมืดมน ความสำนึก
ช่างหดหู่และปวดร้าว ความก้าวหน้า
เพี้ยนสิ่งเห็นเย็นชา ชินรู้สึก
กว่าซึ้งทรามโสมม ก็จมลึก
แลโสโครกโลกประพฤติ ธรรมดา
สูเอย ข้าไม่เห็นแล้วความงดงาม ของยามพรุ่ง
ท่ามแสงสีอันจรุง ฝัน ตัณหา
รู้แต่เพียงมันอ้างว้างบนทางมา
จ่มมรรคามืดดำ อย่างจำนน
ผิวเผินผ่านสู่ใดหรือใจเจ้า
นอกเส้นทางสายเก่าของเหตุผล
เลือกเอาเถิด สนุก หรือทุกข์ทน
โลกมันพร้อมจะปลอมปน ให้เป็นไป
อัตคัดปัญญา โอ้ อาวุธ
ใจเมืองพุทธสิดื่มด่ำ ท่วงธรรมไหน
สารทิศบอดบ้า ตัณหาไฟ
คว้าเถอะคว้าสิ่งใด สรณะ
……………………………..
โดยคำ ลานเทวา

