
รำพันเพ้อ ละเมอฝัน
กับคืนวัน ที่หลง พะวงไหว
หาปรุงแต่ง แข่งสรรค์ กันร่ำไป
สุดแต่ใคร จะสร้าง ทางชีวิต
สารพัน เรื่องราว
ในสั้นยาว สารพัด ดัดจริต
แลเอาเถอะ ที่เปรอะวาง ในทางทิศ
บ้ารนคิด ค้นคาด วาดอะไร
สูงใช่เพียงศักดิ์
ควรตระหนัก ความจริง กว่าสิ่งไหน
ความเป็นคน ยลเห็น กันเช่นใด
หรือคนไป เพียงว่า ข้าเป็นคน
ชื่อไอ้โต้ง ลูกครูต้อย อยู่ซอยหนึ่ง
อยากจะซึ้ง ค่าประจักษ์ ใจสักหน
สี่สิบปี ที่ค้นทั่ว ในตัวตน
มิเห็นหน คุณค่าใด ในทางทิศ
ยังแต่ความ เสกสรรค์ ของตัณหา
ให้หลงบ้า ชี้วัด ดัดจริต
มาแบ่งแยก ต่ำสูง จูงชีวิต
อ้างถูกผิด หยันเย้ย อวดเปรยความ
ลานเทวา

กลอนจากคนแก่คนหนึ่ง
แลริ้วรอย ร่วงโรย ระโหยหา
ลูกหลานมา เยี่ยมเยือน ในเรือนเหงา
ตั้งแต่เจ้า จากไป ไม่เห็นเงา
ทิ้งผู้เฒ่า เงียบหงอย นั่งคอยรอ
ผ่านสงกรานต์ ปีใหม่ ยังไม่กลับ
เจ้าไปลับ ร้างไกล อยู่ไหนหนอ
ทิ้งผู้เฒ่า เฝ้าเพ้อ ละเมอรอ
หวังลูกหลาน มาพะนอ คอยเอาใจ
กี่วันเคลื่อน กี่เดือนล่วง เฝ้าห่วงหา
กี่เวลา ที่ยลยิน ถวิลไหว
กี่ลูกหลาน ที่ผ่านพราก เดินจากไป
ทิ้งหัวใจ คนแก่ เฝ้าแลคอย
ลืมถิ่นฐาน บ้านช่อง ลืมท้องทุ่ง
ทิ้งผักบุ้ง ยอดเฉา ให้เศร้าหงอย
ลืมหัวไร่ ปลายนา ลืมป่าดอย
ทิ้งคนคอย ให้เหงาเปลี่ยว อยู่เดียวดาย
ที่เคยเฝ้า เลี้ยงกล่อม ถนอมรัก
คอยฟูมฟัก ทุกสิ่ง กลับทิ้งหาย
พอเติบโต โอ้อวด วาดลวดลาย
บินหนีหาย สู่เมืองฟ้า ไม่มาเยือน
———ลานเทวา———–

กลอนวันแม่ ของเด็กคนหนึ่ง
แม่ยังไม่ เลิกลา มาจากบ่อน
พ่อยังนอน เมาหลับไหล ไม่เคยสร่าง
น้องจะไป เรียนที ไม่มีสตางค์
บ้านก็ค้าง ค่าเช่า เขาหลายเดือน
ถึงวันแม่ แม่ยัง นั่งเล่นไพ่
พ่อก็ยัง เมาไป ไม่สร่างเหมือน
น้องต้องอด ขนม ทั้งปีเดือน
ฉันถูกเพื่อน มันล้อ ท้อและอาย
เขียนเรียงความ เรื่องแม่ แก้หลายหน
ภาพแม่บ่น ตอนเสียไพ่ แล้วใจหาย
พ่อก็เมา เอะอะ วะโวยวาย
สุดระบาย สีสรรค์ มาปั้นความ
พระคุณแม่ เขียนได้ ไม่รู้จบ
สิ่งที่พบ มิเลือนย้ำ ในคำถาม
ลูกรักแม่ แม่รักลูก พันผูกตาม
คือความงาม ที่สุดสรรค์ พรรณนา
แต่ทำไม แม่ฉันเป็น อยู่เช่นนี้
พ่อก็เมา ทั้งปี หนี้เกินหา
ใครจะรับ ผิดชอบ ให้ตอบมา
อนาถา อนาคต สลดใจ
มีพ่อแม่ แต่เหมือนไร้ ในที่พึ่ง
ห้วงคำนึง ย้ำย้อน จนอ่อนไหว
เรียงความเรื่อง พระคุณแม่ แท้อย่างไร
ถอดหัวใจ มาเขียนจด ในบทคำ
ว่ารักแม่ ที่สุด เกินหยุดรัก
แม่ฟูมฟัก ป้อนเฝ้า เราอิ่มหนำ
แม่พร่ำสอน อ่านเขียน ให้เรียนจำ
รักแม่ย้ำ อุ่นใจ มิใช่น้อย
รักเอ๋ยรัก รักแม่ ไม่แปรผัน
อยากให้แม่ กลับหัน มาแลหน่อย
อยากให้พ่อ ลดเหล้า เมาให้น้อย
น้องยังคอย ค่าขนม ไปโรงเรียน
ชีวิตทุกข์ทนใจในความทุกข์
แลสิ้นสุขเกินนำมาย้ำเขียน
ท่ามกลางความเลวร้ายที่ว่ายเวียน
มันจวนเจียนสิ้นชีวาลับลาโลก
ยอดกระถิน ริมทาง กินต่างข้าว
น้ำตาพราว ไหลริน มิสิ้นโศก
หาอุ่นใด ในครอบครัว ชั่วหรือโชค
ให้วิโยค อุรา น้ำตาริน
เห็นครอบครัว คนอื่น เขาชื่นสุข
มองเขาเล่น สนุก ให้ถวิล
เขาพร้อมหน้า ทำอาหาร มาทานกิน
เราได้ยิน แม่พ่อ ต่อเถียงกัน
ไม่มีข้าว เหลือหลง คงต้องอด
เงินก็หมด ไม่มี ที่จะสรรค์
พ่อเมานอน อ่อนใจ ไปทั้งวัน
น้องกับฉัน ทนไส้กิ่ว หิวไปเรียน
ยืนหน้าชั้น อ่านเรียงความ พระคุณแม่
รู้สึกแย่ กับบทความ ตามที่เขียน
ความรู้สึก สับสน ยังวนเวียน
แต่ยังเพียร อ่านไป ให้เพื่อนฟัง
น้ำตาริน ไหลหลั่ง ประดังเศร้า
ใจเหงาเหงา ร่ำไห้ เพราะไร้หวัง
มิใช่ซึ้ง เรียงความ ยามอ่านดัง
แต่น้ำตา ไหลหลั่ง เพราะเสียใจ
เสียใจที่ ความจริง นั้นไม่แท้
เสียใจแม่ ที่ไม่เคย เอาใจใส่
ชีวิตจริง ไร้หวัง ประทังใจ
บทความไร้ ความจริง มาอิงความ
แลสังคม วันนี้ ยังมีเห็น
สิ่งที่เร้น ใจย้ำ เป็นคำถาม
เขียนให้ดี อย่างไร ในเรียงความ
ความจริงตาม เตือนรู้ อยู่กับใจ
บอกว่ารัก แต่เคยมั้ย ในความรัก
ใช่ทอถัก เพียงบทพา เหมือนสาไถย
เคยทำมั้ย ความดี ที่ชื่นใจ
ทำเรื่อยไป ทุกทุกวัน แบ่งปันรัก
ใช่รักแต่ บทจาร ผ่านสมุด
ความจริงสุด หาใด ให้ประจักษ์
เอาแต่พร่ำ เป็นกลอน อ้อนแต่รัก
ความจริงสัก เท่าไร ทำได้จริง
ไม่ต้องรัก แม่จนล้น พ้นเกินที่
ขอให้เป็น คนดี ในทุกสิ่ง
เฝ้าห่วงใย เอาใจใส่ กันจริงจริง
นั่นคือสิ่ง ที่ทุกคน ต้องดลพา
เป็นคนดี ในสังคม จึงสมชื่น
พ่อแม่เป็น ตัวอย่างยื่น ให้ศึกษา
สายสัมพันธ์ ครอบครัว คือตัวยา
อันมีค่า แด่ใจ ใครทุกคน
————ลานเทวา————–
สังคมจะเป็นอย่างไร
อยู่ที่พวกผู้ใหญ่จะชักนำ