March 30, 2007

อ่อนระโหยโรยแรงจะแต่งสร้าง
มืดหนทางลำเค็ญที่เป็นอยู่
ไร้ซึ่งฝันบรรเจิดมาเชิดชู
หนักแรงสู้ชะตายะถานี้
ค่ากินแพงค่าแรงต่ำช้ำหัวอก
ทำงกงกแต่เงินน้อยแทบถอยหนี
ความเจริญก้าวหน้าหรือหามี
เป็นจับกังกุลีใช้แต่แรง
เค็มน้ำเหงือเจือไคลที่ไหลย้อย
โลมริ้วรอยตรากตรำดำกร้านแกร่ง
อาบเปลวแดดที่แผดจ้าตาวันแดง
หนักตะแบงแบกไปในชีวิต
กุลี
คือผู้ที่สร้างแต่งแรงลิขิต
คอยแบกรับจับสู้อยู่ทั่วทิศ
เขาคือผู้พิชิตด้วยแรงกาย
————————
ลานเทวา
Comments Off
March 29, 2007

รวยระรินกลิ่นน้ำเน่า
ชายโชยเคล้าสายลมที่พรมผ่าน
เจ้าพระยาสีโศกวิโยคกาล
ใจซมซานโหยหาถ้วนราตรี
คนมอซอยังอยู่ยงที่ตรงนั้น
อยู่กับฝันที่ใฝ่ในวิถี
อยู่กับเจ้าพระยามหานที
อยู่กับซากชีวีใต้สะพาน
เจ้าเอย เจ้าพระยา
ฝากบทเพลง น้ำตา กล่อมขับขาน
ฝากฝันอิง พิงพัก ใจดักดาน
ฝากถ้อยจาร จากหน คนมอซอ
กลางป่าปูน อาดูรจิต สุดคิดหวัง
พกใจพัง แพ้พ่าย เกินหมายก่อ
เจ้าพระยา สีหม่น ของคนรอ
จะเติมต่อ ทางใด ให้ชีวิต
ยังแต่ความมือมิดให้จิตคว้าง
ไร้สิ้นทางอำไพใช้ลิขิต
ที่จะหวังก็อนาถสุดคาดคิด
วิปริตยะถาชะตาแท้
———————
ลานเทวา

Comments Off

คำน้อยน้อยค่อยเคี้ยวย้ำเป็นคำกลืน
ไฟฟอนฟืนหุงใช้กระไรหา
ปลายข้าวแฉะแตะลิ้นกลืนกินมา
หอยปูปลาไม่มีแกงเพราะแล้งสิ้น
รอเถอะพ่อใหญ่รอ
ไม่นานหนอฝนชื่นจักคืนถิ่น
ยามนั้นคงได้ทำนาได้หากิน
ฟ้าจักรินฝนหลั่งประทังเรา
————————–
เทวดาท่านยังไม่เคยช่วย
แล้วรัฐบาลห่วยห่วยหรือเชื่อเขา
ทนหน่อยทนเถอะทนเอา
คอยฝนตั้งเค้า อีกไม่กี่เพลา
———————–
ลานเทวา

Comments Off