…ลำนำเถื่อน จากเรือนถ่อย …

April 30, 2007

ด้วยดวงใจและคำลา [เรื่องบ้าๆ] — phutanow @ 6:16 pm

  

 

 

ดวงตะวันลับลงตรงทิวไม้

ด้วยดวงใจเศร้าโศกวิโยคแสน
คิดถึงคนท่าทรายอยู่ไกลแดน
อยากตอบแทนสิ่งให้มาว่าขอบคุณ

 

มิตรภาพช่วงสั้นสั้นสัมพันธ์เพื่อน
เป็นสิ่งเตือนให้สู้ใหม่ใจอย่าหมุน
กำลังใจมีความหมายเป็นนายทุน
ไม่ถึงศูนย์ไม่สิ้นใจอย่าไปยอม

 

อาจจะมีวันข้างหน้าอำลาจาก
ความพลัดพรากเกิดขึ้นได้เตรียมใจพร้อม
ทุกสิ่งเกิดย่อมดับไปจิตไม่ตรอม
เราต้องยอมรับความจริงสิ่งที่เป็น

 

อยากกล่าวลาล่วงหน้าขอลาก่อน
มีบางตอนผิดไปอาจไม่เห็น
หรือบางทีจงใจแสร้งแกล้งเลยเป็น
ขอยกเว้นอย่าถือโทษโปรดไตร่ตรอง

 

ดวงตะวันลับทิวไม้ลงไปแล้ว
เหลือเพียงแววแสงสลัวดูมัวหมอง
แต่งบทกลอนถ้อยคำตามทำนอง
มอบให้น้องมอบด้วยใจก่อนไกลตา

 

โอ้คนดี  โปรดดู รับรู้เถิด
แม้นจะเกิดสื่งใดใดในภายหน้า
กี่วันพ้นกี่เดือนผ่านกาลเวลา
ขอสัญญา รักคงมั่น  นิรันดร

 

ความช้ำที่ซ้ำซาก [เรื่องบ้าๆ] — phutanow @ 6:04 pm

ยอมรับว่าโชคร้ายมาหลายครั้ง

 

เคยคลุ้มคลั่งเกือบตายมาหลายหน

 

ให้ร้อนรุ่มกลุ้มใจเหมือนไฟลน

 

แต่ละคนคบได้ก็ไม่นาน

 

 

บ้างเจ้าเล่ห์เหลี่ยมจัดมีนัดหมาย

 

บ้างฟูมฟายน้ำตาน่าสงสาร

 

บ้างบอกโสดม่ายร้างบ้างขึ้นคาน

 

บ้างเสียงหวานออดอ้อนวอนเมตตา

 

 

เราหลงเชื่อมั่นใจเขาไม่หลอก

 

เงินไหลออกถึงเขาเราไม่ว่า

 

มีความหวังความรักปักอุรา

 

เขากลับมาทำเมินเหินห่างกัน

 

 

โทรไปหาทีไรให้เพื่อนรับ

 

คุยด้วยกลับอ้างโน่นโยนไปนั่น

 

หลอกเราจนตายใจไล่ไม่ทัน

 

แต่ละวัน ได้แต่ ท้อแท้ใจ

 

 

หมดสิ้นแล้วความหวังมันพังหมด

 

เหมือนเล่นบทความช้ำน้ำตาไหล

 

เราเขียนเองเล่นเองเก่งอย่างไร

 

สิ่งที่ได้คือนิยามความระทม

 

 

จบละครความช้ำที่ซ้ำซาก

 

ยิ่งคิดมากยิ่งฝืนยิ่งขื่นขม

 

ที่พลาดไปเพราะว่าหลงคารม

 

กับคำคมคนลวง..ยากทวงคืน

 

April 18, 2007

รำพันผ่าน ณ ลานเทวา [เรื่องบ้าๆ] — phutanow @ 8:15 am

 

 

ฉันไม่เคยพบเธอ

ในท่ามกลางแสงตะวัน……..เรื่องโรจน์

ฉันไม่เคยเห็นเธอ

ในความฝันที่วาดหวังไว้……เอนกอนันต์

ฉันไม่เคยรู้จักเธอ

กับการดำรงค์ชีพอยู่เยี่ยงไร????????

ใต้ฟ้าสีคราม…..งามผ่องผาด

เพ็ญพักตร……ประหนึ่งดังวาด

จะซูบซีด……ลาโรยลงเพียงใด

ใจของฉันบางเบาดุจปุยนุ่น

และธุลีฝุ่น

มิรู้จักว่า

เธอรักแบกรับ

ความหนักหน่วงของชีวิต

ไว้เพื่ออะไร ??????

แมกไม้โบกใบพริ้วไสว

โลกนี้ยังมลังเมลืองอยู่เช่นเดิม

แม้นกระแสชีวิตจะไม่เข้มข้น

สายลมเย็นชาพริ้วแผ่ว

พัดผ่านแมกไม้ระเกะตา

ชีวิตฉันมิได้ ชื่นหวาน

ใจของฉันหมกมุ่นครุ่นคิด

รอยอาลัยแห่งดวงใจของฉัน

ฝังรากลึกผนึกแน่น

ตราบสิ้นโลก

ตราบสิ้นใจ

ตราบเอนกอนันตกาลแห่งอสงไขย

ลิบ ลิบแลสุดสายฝัน

ต้นโศกออกดอกสะพรั่ง

แม้เบื้องหลังคราบน้ำตา

ยังปรารถนาอยู่เคียงกัน

————————————————

————–รำพันผ่าน ณ ลานเทวา————–

ช่วงนี้งดเขียนชั่วคราว

ขอลาไปต่างจังหวัด สองอาทิตย์ครับ






















Get free blog up and running in minutes with Blogsome
Theme designed by Minz Meyer

Google