
แลระริกระรี้ร่านรน
หนอผู้แทนประชาชนเมืองนี้
วิ่งจับขั้วผสมชั่วเลวดี
แลมิต่างกระหรีร่านผสมพันธุ์
ไอ้นั่นเคยพร่ำรำพันอย่างนี้
ส่วนไอ้นี่เปรยพร่ามอย่างนั้น
สุดท้ายก็มาร่วมระยำกัน
แลสร้างสรรค์จริงแท้เลยนะ
ดูก่อน โมฆะบุรุษทั้งหลาย
ความเป็นคนเจ้าสลายเพราะสัจจะ
ใจเจ้าจึงไร้ธรรมชำระ
ชีวิตจึงมิต่างสวะรกธานี
เจ้าปลิ้นปล้นในศรัทธาพลไพร่
โกหกไปโดยลิ้นสิ้นศักดิ์ศรี
ควรรึอ้างคุณค่าประชาชี
ว่าเป็นอยู่นี้คือตัวแทนประชา
มหาโจรยังมีสัจจะ
แม้อหิงสกะยังสำนึกศึกษา
แต่พวกเจ้าดูสิ้นไร้ปัญญา
ใจเลวชั่วยิ่งกว่ามหาโจร
—————————
ลานเทวา


เกลื่อนพิกุลหล่นร่วง ณ ลานเหงา
ทมึนเงาเมฆาทาบฟ้าหม่น
ตะวันหมองแรงลับอับแสงยล
ทรชนเคลื่อนทัพจับศาสตรา
แลปลายฝนต้นหนาวในคราวถึง
ลมรำพึงเลยล่วงให้ห่วงหา
ศึกครั้งนี้หวังยื้อถือพารา
ผิพลาดท่าแพ้พ่ายต้องอายใจ
แลหนาวนี้กระแสร้อนรึผ่อนหนาว
ความปวดร้าวยากจักลี้หนีไปไหน
ยินสำเนียงเสียงอ้างสร้างกระไร
ประชาชนคนไทยหรือพ้นทุกข์
ผ่านเสียงพร่ามโกหกมากี่ครั้ง
กี่หนฟังวาจามาปลอบปลุก
มิเคยพ้นมิเคยผ่านทุรยุค
เขาสนุกเพียงจัดสร้างทางการเมือง
โสมมจึงพรมพร่างในทางนั้น
สายลมฝันเพ้อไหวไปทุกเรื่อง
สุดท้ายมาเนรคุณให้ขุ่นเคือง
แลเปล่าเปลืองกาลเวลาประชาธิปไตย
มุ่งเพียงสร้างศรัทธามาเรียงร้อง
หวังหมู่ผองประชาเห็นความเป็นใหญ่
แท้เพียงภาพมายาลวงตาใคร
สนองใช้รากหญ้าย่ำพาตัว
เกลื่อนพิกุลหล่นร่วง ณ ลานโศก
วิปโยคแดนดินถิ่นสลัว
ทมึนทรามลามรุกปลุกเมามัว
การเมืองชั่วหรือลับพรากจากเมืองนี้
—————————————————
ลานเทวา


เรไรระงมท่ามสายลมหนาว
ไหวย้อนเรื่องราวโดยกิเลสตัณหา
โจรยื้อทรากรากชั่วอวิชชา
หวังครอบงำมายาลวงชาวชน
ในคืนดาวพรายเดือนหงายแสง
โจรชั่วจักแฝงไปทั่วหน
มันเอาเงินมายื้อเพื่อซื้อคน
แล้วก็ขนความระยำนำสภา
ยามเมฆคล้อยลาเคลื่อนเดือนเร้นหลบ
ชั่วเน่าเก่ากลบกระไรหา
กูลงแรงกู้ชาติวาดมรรคา
สุดท้ายมาเป็นอย่างนี้ดีกระไร
เถอะพี่น้องผองเพื่อน
จะแชเชือนในรู้อยู่ไฉน
อีกมินานโดยกาลที่ผ่านไป
เตรียมแรงไว้ขับชั่วนั้นกันอีกครา
——————————————–
ลานเทวา
