…ลำนำเถื่อน จากเรือนถ่อย …

September 29, 2007

Mingalaba Myanmar… สวัสดี เมียนม่า..??? [การบ้าน การเมือง] — phutanow @ 3:19 pm


                                                                            ….สิว่าเวรว่ากรรมที่ทำก่อ

สิว่าผลมันส่อนั้นสิใช่

สิเห็นอยู่ที่เห็นนั้นเช่นไร

สิเป็นไปตามกรรมดั่งคำพระ ….

เถื่อนปืนยืนกราดกร้าว…………………..ชีวี

ร่วงร่างล้มใครตี……………………..หมู่เจ้า

กระทำเยี่ยงอัปรีย์……..วางเขื่อง ในทราม

แลชั่วอำนาจเร้า………ล่มแล้ว คุณธรรม ฯ


เผด็จการชั่วร้าย…………………เลวทราม

เกินบ่งใดนิยาม……………………เอ่ยพ้อง

ศพซากย่อมสื่อความ……….แท้อยู่ คนเอย

เลือดบ่งสีร่ำร้อง……….จ่มเศร้า  ดวงใจ ฯ


กำสรดกำโศกเศร้า………………..แดนดิน

เมียนม่าโลมเลือดริน……………..หลั่งแล้ว

ระอุกร่อนชีวิน…………แดนดั่ง  เดือดแดน

ยลบ่งสิ้นก่องแก้ว…พร่องเชื้อ  ธรรมคุณ ฯ


อำนาจใดไป่ล้น…………………เกินกรรม

แลหมู่ใดกระทำ………………….เก่งกล้า

ในเถื่อนถ่อยระยำ……..เหี้ยมโหด ทารุณ

ผลย่อมส่งมิช้า…………..ด่วนได้  อเวจี  ฯ

——————————–

โดยคำ  ลานเทวา




ค่ำคืนนี้ ไม่มีดวงดาว [การบ้าน การเมือง] — phutanow @ 3:18 pm

คืนฟ้าหม่น

ดั่งดาวเดือนหล่นลับหาย

ฉันนั่งอยู่เดียวดาย

มองหาความตาย…ในกาลเวลา

ดั่งเธอคือดวงดาว

ผู้พลัดพรากจากเรื่องราวแห่งปรารถนา

ในคืนไร้แสงจันทรา

พร่างหยาดน้ำตา…ระทมทรวง

ฉันมิอาจหลับไหล

เพราะหัวใจยังเร้นความเป็นห่วง

อยากให้เธอหลุดพ้นจากสิ่งทั้งปวง

พ้นจากความลวง…แห่งชีวิต

แม้นรักจะมิโอบอุ้ม

ในความร้อนรุ่มแห่งดวงจิต

ฉันจักเคียงอยู่อย่างผู้เป็นมิตร

โดยหวังก้าวพ้นโลกวิปริต…ไปด้วยกัน

แต่ค่ำคืนนี้ฟ้าหม่น

มืดมิดใจสับสนกับสิ่งฝัน

ดาราหลับไหลในห้วงนิรันดร์

โศกถ้อยพร่ำรำพัน…เดียวดาย

อยากหยุดเวลาไว้ตรงนี้

เพื่อร่ายพจน์บทกวีแห่งความหมาย

มอบแด่ผู้พลัดพรากอีกมากมาย

ฉันจักเฝ้ากล่อมความตาย…อยู่ตรงนี้

————————————-

ลานเทวา

 

September 26, 2007

ปราชัยยุทธ ฉบับ ซุนปู่ ……..ว่าถึงขุนศึกแห่งสยามประเทศ ปี ๒๕๕๐ [การบ้าน การเมือง] — phutanow @ 5:08 am


แลสิช้าเกินกาลหากผ่านพรุ่ง

กว่าแสงรุ่งจักเหลือใดในถิ่นที่

อย่าได้หาแม้นเศษกากซากอัปรีย์

มันคงลี้ไปลับยากจับใคร

รอมันสิซ่องสุมกุมอาวุธ

แล้วไปห้ามไปหยุดคงมิไหว

ยามมันอ่อนต้องเร่งตีจักมีชัย

ยามมันแข็งอย่าโหมใส่ในแรงตี

ตำรายุทธพิชัยใช้ด้วยเล่ห์

ใช่เอาแต่กำลังเทไปข่มขี่

คนเหนือคนด้วยกลในศึกไพรี

ใช่เหนือโดยถือมีอำนาจยศ

เพียงเศษเสี้ยวไม้ซีกนั่นก็เชื้อ

ลามไฟเพื่อเผาซุงใหญ่มอดไหม้หมด

แค่เพียงหนึ่งพลไพร่หากใจคด

ยากกำหนดเภทภัยแห่งใจนั้น

อย่าหลงกาลตามคิดลิขิตคาด

ที่ลุ่มลาดดอนดงจงรู้สรรค์

แลฤดูลมฝนกลสำคัญ

แล้งร้อนกันทรัพย์เสบียงให้เพียงพอ

ผิจะฆ่าต้องฆ่าอย่าให้เหลือ

หากทิ้งเชื้อเอาไว้เป็นภัยก่อ

หอกข้างแคร่แลไปใช่น่าคลอ

ยามเป็นต่อควรเร่งตีเพื่อมีชัย

อย่ายืดเยื้อเชื้อศึกให้ลึกช่วง

อย่าปล่อยล่วงให้เชื้อคืนฟื้นแรงใหม่

ศึกหนนี้ปีหนึ่งผ่านมันนานไป

หรือว่าใจขุนศึกนั้นมันอ่อนแล้ว

—————————–

ลานเทวา






















Get free blog up and running in minutes with Blogsome
Theme designed by Minz Meyer

Google