
อีกกี่ปีและกี่รอบ
จึงจักเห็นความชอบในวิถี
จึงจักเห็นคุณงามเห็นความดี
เจิดจรุงปฐพีนิรันดร
โศกทิ้งรอยประทับไว้กับใจเจ็บ
โลกกอบเก็บความปวดร้าวในคราวก่อน
แม้นจักเลยล่วงกาลอันผ่านจร
ความเอนอ่อนแห่งใจยังไหวย้ำ
รอยอดีตกรีดเฉือนมิเลือนลับ
โศกแผ่นดินสุดซับทรามระห่ำ
นรกใดใฝ่เชิดชูผู้กระทำ
กฏแห่งกรรมจักสนองที่ปองคิด
แม้นกฏหมายมิอาจค้นยลถึงเหตุ
แต่อาเพศหรือพ้นทรามในความผิด
จักหลบลี้หนีซ่อนจรชีวิต
รึปกปิดชั่วโฉดความโหดร้าย
เถอะเจ้าผู้ทายท้ามหาอำนาจ
ความเก่งกาจจักแปรเป็นแพ้พ่าย
พระเจ้าทรงมิหลงงามกับความตาย
นักรบแห่งพระองค์มิทำลายดอกชีวิต
—————————————-
ลานเทวา
…เพลงสันติภาพ…



ตื่นโดยความตามสมัยใช่ใครปลุก
คีตกาลแห่งยุคบรรเลงสรรค์
สมรภูมิชีวิตประชิดชัน
เริ่มแต่แสงตะวันตะกายฟ้า
อุทัยแจ้งแสงผ่องดั่งทองทาบ
ด้วยช้อนทองไม่มีคาบจึงไร้ค่า
ลุกแต่รุ่งยุ่งแต่คิดลิขิตพา
แหกขี้ตาตื่นพบยังสบจน
ได้เวลาลำบากกับซากชีวิต
สู่โรงงานด้วยฤทธิ์ความสับสน
แผ่นดินนี้มั่งมีกันกี่คน
ที่ลำบนลำบากไยมากนัก
แลสิ้นไร้ซึ่งวิถีอันมีมั่ง
แรงประทังเปล่าเปลืองเช่นเครื่องจักร
เช้าตอกบัตรเข้าคอกเที่ยงออกพัก
ใช่ว่ารักในหนแต่ทนทำ
เหนื่อยงานหนักอย่างไรกรำใจสู้
จะเฉยอยู่กับรอยยิ้มรึอิ่มหนำ
ใช่ลูกแม้วลูกหมาตาดำดำ
ต้องระกำในทางสร้างชีวิต
ตื่นโดยความตามสมัยใช่ใครปลุก
คีตกาลแห่งทุกข์บรรเลงลิขิต
สมรภูมินี้จักสร้างเป็นทางทิศ
หากแต่คิดถอยท้อคงรอตาย
————————————
ลานเทวา
