…ลำนำเถื่อน จากเรือนถ่อย …

September 19, 2007

โลกยามนี้…ไม่มีความรัก…….. [การบ้าน การเมือง] — phutanow @ 11:23 pm



ฉันเหมือนคนมืดบอด

ผู้หลับไหลในอ้อมกอดของความฝัน
กอบใจเจ็บจากเหน็บหนาวร้าวชีวัน
หวังอุ่นไอแห่งรักปันชุบชีวา

ข่มข้ามห้วงรำพึงคะนึงเพ้อ
หวังพบเจอความจริงวาดปรารถนา
นิมิตรหมายปลายฝันวันเวลา
จักโสภาเยี่ยงไรฉันใคร่รู้

แต่เหมือนโลกบังโศกเหงาใต้เงาฝัน
นมนานวันเกินเร้นที่เป็นอยู่
มายาแห่งหนทางแลพร่างพรู
ลวงฉันวนไหวดูงมงายนัก

ประโลมโลกลวงไว้ในสรรพสิ่ง
ไร้ความจริงอันงดงามมาห้ามหัก
สุดหาใดเที่ยงแท้แม้ความรัก
จะอำพรางใจพักลงแห่งใด

 ฉันจึงเหมือนคนมืดบอด

ผู้หลับอยู่ในอ้อมกอดความสาไถย
โลกยามนี้แลไม่มีใคร
ที่จักจริงใจจริงจังและหวังดี

ดั่งไร้สิ้นความห่วงหาอาวรณ์
ไร้สันติสุขเอื้ออาทรในวิถี
จึงหม่นโลกโศกหล้าประดามี
ให้ชีวีรานร้าวเหน็บหนาวใจ

—————————————–
ลานเทวา
ทำไมต้องสร้างสงคราม
ทำไมต้องใช้ความรุนแรงกับชีวิต
ทำไมต้องฆ่ากัน
ใครปรารถนา
ใครสั่งสอน
ทำไมไม่มีความอาทรต่อกัน
ชีวิตนั้นน้อยนัก
ไยต้องประหารหักกันด้วยเล่า




แตกต่างใดเล่า….ที่เจ้าเห็น…… [การบ้าน การเมือง] — phutanow @ 5:18 am

                                                                                ใช่ว่าแปลกจนแตกต่างในย่างก้าว

บทเรื่องราวพันธกิจชีวิตนั้น

อยู่ที่คนค้นที่ใจไหวชีวัน

ใช่สามัญหรือสูงสุดมายุดชี้


ใช่ว่าแปลกตรงปมด้อยมาคอยย้ำ

บุญบาปกรรมมิแยกฟ้ารึทาสี

ถึงสูงล้ำยังทำตัวชั่วอัปรีย์

สู้เบื้องต่ำทำดีกระไรได้


บริบทแห่งชีวิตค้นคิดคาด

ละเลงวาดตามกาลอันผ่านไหว

ผิดสามัญสำนึกตรองตรึกใจ

กอบเก็บใดมาโง่เขลากันเล่าคน


เขากับเราใช่แปลกหรือแตกต่าง

กิเลสสร้างเป็นตัวกันทั่วหน

กามก็กามตัวเดียวกันในวันวน

สิผ่านพ้นผ่านเพ้อละเมอใด


สิกู่ย้ำคำดลกี่หนเล่า

นั่นคนเขลานี่คนขลาดโน่นปราชญ์ใหญ่

เค้ากินข้าวแล้วเจ้ากินอะไร

ขี้เหม็นไหมรึหอมกว่าลองท้าดม

——————————–

ลานเทวา

                                                     






















Get free blog up and running in minutes with Blogsome
Theme designed by Minz Meyer

Google