

กูเดินดุ่มกุมใจในหนกว้าง
ความอ้างว้างรุมเร้ามิเท่ากลุ้ม
ความลำเค็ญเน้นบอกทุกซอกมุม
ชะตารุ่มรนร้าวเหน็บหนาวใจ
เนิ่นแต่กาลผ่านผันในวันค่ำ
ตีนหยัดย่ำต่ำดินถวิลไหว
ชั่วรึโชคชะตานำพาใด
แลจัญไรแล้วหนอันทนสู้
สิวาดหวังประทังใจกระไรว่า
มันสิ้นท่าโดยย้ำลำบนอยู่
แหวกคืนวันอันโง่เขลาเข้าพันตู
ชีวิตกูรึพ้นยากลำบากทน
กูจึงมาหาประท้วง
สิ่งทั้งปวงอันเบือนบิดวิปริตหน
กูคือกรรมกรชาวนาประชาชน
ผู้ลำบากลำบนในคืนวัน
กูมาจากความยากจนอันข้นแค้น
จากดงแดนระอุอานกันดารฝัน
มาเพื่อหวังรัฐช่วยอำนวยปัน
มายืนยันความทุกข์ทนบนชีวิต
มาแต่ไร่ร้างลา….นาล่ม
มาแต่ความขื่นขม……จ่มจิต
เพราะไม่รู้จะพึ่งใคร……ในทางทิศ
หวังรัฐบาลช่วยสักนิด…..จึงมา
มากินมานอน…..มาอยู่
มาสู่ให้ท่านเห็นหน้า
มาประท้วงที่รัฐสภา
กี่หนมานั้นยังเหมือนเดิม
—————————————
ลานเทวา










