

เจ้าอ่อนไหวอย่างงดงาม หนอความรัก
ข้าขอฝากใจแนบพักอิงอุ่นฝัน
เฝ้าขับกล่อมเสี้ยวเหงาใต้เงาจันทร์
กรุ่นสัมพันธ์ด้วยแรงแห่งไมตรี…
เจ้าคอยลบรอยหม่นของคนเศร้า
มอบอุ่นไอบรรเทาไปทุกที่
รักเอยรักประจักษ์ค่าประดามี
รักคอยชุบชีวีมวลมนุษย์
อยากให้เธอมีความรัก
มาทายทักอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
อย่าให้ความชิงชังมารั้งยุด
ให้หัวใจเธอหยุดซึ่งความรัก
โลกจักงดงามเช่นไร
หากเรามอบความจริงใจมาทอถัก
ด้วยความเมตตาปรานีที่พร้อมพรัก
หันหน้ามาทายทักด้วยหัวใจ
ยามนั้นรอยยิ้มแห่งโลก
จักดับโศกกังวลอันหม่นไหม้
ความรักจักมอบตอบแทนไป
สู่หทัยคนเหงาผู้เฝ้ารอ
———————————————-
ลานเทวา


โดยนิรนามแห่งบุหงา
นิยามค่าในกลิ่นถวิลไหว
นิรมิตฝันชื่นมาคืนใจ
นิรมลยลในงามสคราญ
ใช่เพียงมาพานพบ
ฤาสยบกลิ่นซึ้งอันตรึงซ่าน
ไหวเอยไหวล่วงจากห้วงกาล
ไหวเพียงหวานคนึงรำพึงครวญ

ข้าเฝ้าเก็บดอกน้ำตา
ยามสายลมพรมพาไห้หวน
ร่ำเถอะร่ำหาฝันรัญจวน
ก่อนสายลมจักเรรวนผันแปร
ด้วยปีกแห่งข้า
จะโอบอุ้มรักมาคอยเผื่อแผ่
หวังเงาเจ้าผู้เฝ้าดูแล
จักถนอมด้วยรักแท้อย่างจริงใจ
ด้วยรัก…แด่เจ้าบุหงา
โดยคำมั่นแห่งภูผาอันยิ่งใหญ่
วันนี้ยังมีหวังรั้งหทัย
พร้อมกุมมือเจ้าไปด้วยกัน
————————————
ลานเทวา


ผิเชื้อมิทิ้งเชื้อทิ้งแถว
อยู่ในแนวในทางสร้างหา
เพราะโคตรเหง้าเราคือชาวนา
เนิ่นมาแต่กาลผ่านไป
แม่หว่านข้าวข้าวแรกแตกเป็นกล้า
พ่อชำแรกผืนนาคราคราดไถ
ข้าเห็นรอยหยาดเหงื่อเจือคราบไคล
มาแต่วัยคืบคลานล่วงผ่านเลย
อีกตายายอยู่นาเป็นตาอยู่
ทั้งย่าปู่สร้างนำมิทำเฉย
ใช่ชีวิตชาวนามาอย่างเคย
พอแหงนเงยหน้ายิ้มอย่างอิ่มใจ
เชื้อโคตรข้ามิเคยทิ้งแถว
ไปสิ้นคิดตามแนวแห่งยุคสมัย
ปู่ทวดข้าพ่อข้าชาวนาไทย
ข้าก็ใช่อย่างที่เป็นอยู่เช่นกัน
———————————-
ลานเทวา


