…ลำนำเถื่อน จากเรือนถ่อย …

เสน่ห์น้ำจัณฑ์  ใต้แสงเดือน


เมาสุรา  พาหลง  พะวงจิต

เมาชีวิต  หลงงาม  มากความหมาย

เมาคุณค่า   ในอารมณ์  ตรมจนตาย

เมารักร้าย  เหลือล้น  ยังทนเมา


เสน่ห์ซึ้ง  ตรึงรส  หยดสวรรค์  

เพ้อรำพัน  กลอนร่าย  พอคลายเหงา

หลงละเมอ  เพ้อกอดจูบ  ในรูปเงา

แกล้มกับเหล้า  ทุกราตรี  ที่เอกา

-----------ลานเทวา-----------




หยิบคำภีร์ แกล้มเหล้า  เคล้าธรรมบท

แล้วจารจด  ถ้อยความ  ตามประสา

เขียนความสุข  ทุกข์ทน  บนทางมา

ให้รู้ว่า   ทางทิศ  คิดอย่างไร


สาดแสงเดือน  ณ เรือนโศก

สายลมโบก  ความอาวรณ์  สะท้อนไหว

นั่งเอนกาย   ร่ายลำนำ  ร่ำเมรัย

ปลดปลอ่ยใจ    ลอยล่อง  ไกลหมองตรม


ชื่นลมพริ้ว  โชยผ่าน   ณ ลานเทพ

สุขที่เสพ  เริงใจ   ไร้ขื่นขม

มีสุรา  รินราด  สาดอารมณ์

ดับระทม   เป็นคึกครื้น  ในคืนวัน

------------ลานเทวา๔๙-------------





กลอนกวี ขี้เมา เฝ้าร่ำร่าย

ลำนำสาย น้ำจัณฑ์  คราหวั่นไหว

สุดแยแส  แลหา นำพาใด

ปลดปล่อยใจ เจตน์จินต์ ร่ำรินลง


ขวดสุรา รายเรียง เคียงความโศก

ความอับโชค   ชั่วช้า  พาลวงหลง

สิ้นสิ่งหวัง ครั้งใด  ใจพะวง

สาดเทลง  ผ่านคอ เพียงขอเลือน


ร่าเริงฤทธิ์ สุรา พาเศียรหมุน

ให้หมกมุ่น ในเรื่องราว ปวดร้าวเหมือน

ยามมึนเมา เร่าร้อม ให้ตรอมเตือน

ไร้แม้เพื่อน  พวกพ้อง ยังมองเมิน


ลูกเมียเล่า เค้าอยู่ กันแบบไหน

ปวดร้าวใจ  ยลทาง  ที่ห่างเหิน

ไม่รู้ข่าว  อันใด  ปวดใจเกิน

ระหกเหิน เดินเดี่ยว เที่ยวเมามัว


มึนสุรา เมามาย  เรียงรายจอก

รินเทกรอก ลงคอ พอเวียนหัว

ให้ลืมโลก  เลวร้าย ที่หมายมัว

ประคองตัว  เซซัด ลัดเลาะไป


เร่ซานซม  จมใจ น้ำทิพย์

ดาวระยิบ ยังหยิบคว้า มาใสใส

โลกมิเหงา  ยามเหล้าริน  ถวิลใด

เมามึนไป เพียงลืมหลัง ครั้งระทม

--------------ลานเทวา๔๙--------------

-




ยังอยู่เป็นสุขหรือไร แผ่นดิน

ตูเห็นมันโกงมันกิน บ่เว้น


ไอ้พรรคไอ้พวกขุนนาง จัญไร

ตูเห็นมันแฝงกลไก ซ่อนเร้น


ต่างคนต่างคอยเอื้อผล ประโยชน์

มันยังลอยนวลเหนือโทษ  เห็นเห็น


ที่คนเขามาเรียกร้อง เรียกหาย

แลว่ามันช่างวุ่นวาย แสนเข็น


ที่กับไอ้พวกที่ประจบ สอพลอ

มันไม่ต้องมาร้องขอแต่กลับ  ได้ประเด็น


ไม่ใช่อยากจะมาว่า  อะไร

แต่มันแสนสุดจะเคืองใจ เน้นเน้น


วันนี้ตูข้าใช่ว่าเมา มากวน

เพียงแค่อยากจะมารวน ให้เห็น


ไม่กลัวดอกไอ้หน้าเหลี่ยม ไอ้หน้าหนา

วันไหนเจอหน้าจะตบให้ตา  กระเด็น


             สวัสดี

-----------ลานเทวา------------




ดูดู๊ดู  ดูมันเพ้อ เผลอพร่ำได้

พ่นออกไป แต่ละที มีแต่เรื่อง

ปากปัญหา พาจน ให้คนเคือง

แลเปล่าเปลือง เวลา บ้าหรือไร



ไปอีสาน พาลคนกรุง พุ่งว่าโง่

อพิโธ่  ไอ้หอก บอกมาได้

แลลูกเอ็ง เสียก่อน สอนอย่างไร

สุดจัญไร  โกงสิ้นดี ทั้งพี่น้อง


คนฉลาด แต่โกง ตายโหงเถอะ

อย่ามาเปรอะ  สังคมเขา ให้เน่าหมอง

ฉลาดทราม ความคิด ผิดครรลอง

ตูมิปอง แลหา มาทำพันธุ์



ไปแจกโค แจกทุน หวังหนุนเสียง

หลอกแค่เพียง ผ่านพ้น ให้คนฝัน

สารพัด ดัดจริต ที่คิดกัน

คนจนนั้น จะหมดไป  ในสามปี


ดูดู๊ดู  ดูมัน รำพันเพ้อ

ฝันละเมอ  วุ่นวาย คนหน่ายหนี

ยังแต่หลอก ลวงตา ประชาชี

โอ้อวดดี จาบจ้วง พ่อหลวงเรา

-----------ลานเทวา๔๙------------





หยิบคำภีร์ แกล้มเหล้า เคล้าธรรมบท

แล้วจารจด ถ้อยความ ตามประสา

ประเทศนี้ เอ็งได้ แต่ใดมา

ไยตีค่า  ซื้อขาย ไม่อายใจ


พ่อของปู่ ของปู่ สู้ปกป้อง

แต่เอ็งจ้อง แดกโกง ไม่โปร่งใส

หรือพ่อเอ็ง เชื้อคนนอก ออกจัญไร

โกงกินไทย ทุกทาง สิ้นยางอาย


ที่ข้าถาม ถามย้ำ ไร้คำตอบ

เอาแต่กอบ โกงหยิบ แทบฉิบหาย

สมบัติเอ็ง เป็นเจ้า ก็เปล่าดาย

ขโมยกิน ขโมยขาย ทรัพย์แผ่นดิน


เถอะไอ้เวร ตะไล  ใจมันชั่ว

ยังมามั่ว ลวงใจ ให้ถวิล

หลอกประชา นิยม อุดมกิน

ประชาชิน ประชาไทย อะไรกัน


---------ลานเทวา๔๙---------




เมาพะวง หลงอำนาจ ขาดสติ

คิดดำริ  แต่โกงกิน ทุกถิ่นหน

เมายศฐา  บรรดาศักดิ์ หนักกมล

ยังพาตน  เกลือกกลั้ว ไปมัวเมา


รวยไม่โกง  ไม่มี ดอกพี่น้อง

ยังแต่รวย แล้วปอง มากกว่าเก่า

สารพัด วิธี  ที่จะเอา

ให้รวยเขา รวยเพิ่ม จากเดิมที


ข้าเมาเหล้า  เช้าเย็น  ยังเว้นสร่าง

แต่เอ็งเมา อำนาจอ้าง ไม่สร่างหนี

เมาพะวง หลงตน  วนเดือนปี

ยังไม่มี  ทีท่า ว่าหายเมา


หยุดไม่เป็น เป็นใหญ่ยาก ขอฝากบอก

ใช่มาหลอก  มาโอ่ อย่างโง่เขลา

ดันทุรัง พังพ้น เกินดลเดา

หยุดฟังเขา  เสียบ้าง หาทางไป


ใช่หลงตัว หลงตน ทำพ่นฟุ้ง

มิจรุง  ใดสดับ กลับเหลวไหล

ยังทระนง หลงตัว  เมามัวใจ

หรือเอ็งใหญ่ เอ็งกล้า เกินกว่าโลง

----------------ลานเทวา๔๙-----------------




เหตุเกิดที่ตาก - เมืองสองแคว


ดูเถิด การกระทำ  

เลวระยำ จนสิ้นดี

คุกคาม ซึ่งสตรี

ไร้ศักดิ์ศรี ความเป็นคน


คุกคาม และข่มขู่

หวังให้อยู่ ใต้ตีนตน

ย่ำยี พี่น้องชน

ย่ำกมล อันดีงาม


ทรามเลว ห่าเหวเอ๋ย

สุดจักเปรย ให้คนหยาม

เลวสุด ที่สุดทราม

ขอประณาม  การกระทำ


ต้องตามเลีย ตามใจรู้ จึงอยู่ได้

มันยังไง กันเล่า เท่าที่เห็น

สิทธิ์ของคน คนหาญอ้าง สร้างประเด็น

อย่ามาเร้น ชั่วมอบ ลอบคุกคาม



ต้องต้อนรับ จึงนับญาติ อนาถแท้

กับคนแค่ น้อยนิด ไยคิดหยาม

เขามีสิทธิ์  ทั่วไป ใช่ต่ำทราม

ต้องเดินตาม  แต่แกอ้าง หรืออย่างไร


เอากำลัง คนถ่อย มาคอยขวาง

ใช่สรรค์สร้าง สันติ ดำริใหม่

เขาก็เป็น หนึ่งในชน ของคนไทย

มีสิทธิ์ไล่  มีสิทธิ์ขับ ไม่รับฟัง


แต่พวกแก มาก้าวก่าย ทำลายสิทธิ์

เจ้าชีวิต ก็ไม่ใช่ ไยมาสั่ง

แน่จริงมา เจอกับกู ให้รู้พัง

พร้อมจะฝัง ร่างแลก ปลดแอกไทย


หรือเก่งแต่ ทำร้าย ซึ่งสตรี

ความเป็นชาย ยังมี เหลือบ้างไหม

เอาผ้าถุง เมียมาครอบ จักขอบใจ

เพราะจะได้ รู้จริง หญิงหรือชาย



เอาสมุน สวะ มาระราน

เพื่อประจาน ตัวตน ให้คนหมาย

โง่จริงแท้ ใจจิต ไม่คิดอาย

คอยทำลาย  ตัวตน ไม่พ้นเลว

-------------ลานเทวา๔๙-------------






การศึกษา  ความมั่งมี  ใช่ชี้วัด

ใจสำสัตว์  ถึงรวยร่ำ ก็ต่ำตก

เป็นด็อกเตอร์  แต่ฉลฉ้อ สุดยอยก

ชัวปิดปก  ยากเร้น เห็นมากมี



มีอำนาจ ขาดสติ ดำริรอบ

ย่อมไร้ชอบ ให้ประจักษ์ ในศักดิ์ศรี

บริวาร ที่มากล้น ใช่คนดี

ย่อมมากมี เรื่องทราม ประณามตน



กี่เรื่องราว ที่เป็นข่าว ในราวเรื่อง

ปลุกปั่นเคือง ร้อนแรง ทุกแห่งหน

หากมิหยุด สร้างกระแส แปรใจคน

วันหนึ่งจัก  ตายด้วยชน  ในแผ่นดิน

------------ลานเทวา๔๙-------------



***กติกา***

กติกา  ปัญญาอ่อน ยอกย้อนนัก

ในหมู่พรรค หมู่พล คนหน้าหนา

อุดมการณ์ โกงกิน สิ้นราคา

ไร้ปัญญา รู้ชอบ มอบแผ่นดิน


ยังแต่ความ โสมม ถมทับซ้อน

เลวชั่วย้อน อยู่ใน ไม่ถวิล

นโยบาย ผลาญงบ คบโกงกิน

ฉ้อฉลสิ้น หมดแล้ว ทุกแนวทาง

-----------ลานเทวา๔๙------------






***เลือกมันไปเป็นอะไร ***


เมื่อยากหา ความเป็นกลาง มาสร้างมอบ

จึงมิต้อง หาคำตอบ ใดมาสรรค์

อำนาจชั่ว ยังคุกคาม ลามรายวัน

แยกชนกั้น รากหญ้า แยกฟ้าดิน


เอ็งคนจน เป็นได้ เพียงรากหญ้า

ย่อมไร้ค่า จนอับ ในทรัพย์สิน

เอาทุนกู้  อยู่ไป  พอได้กิน

อย่าถวิล ใดอยาก ให้มากความ


ส่วนเอ็งมัน สอสอ ผู้ตอแหล

ก้อนเงินแปร ไปค้ำ  ไร้คำถาม

นายไปไหน ไปด้วย ช่วยเดินตาม

ในทุกยาม คอยประจบ  สบสอพลอ


ความเจริญ มันแปลก จนแตกต่าง

แลหนทาง แห่งใจ ใดเกิดก่อ

หนี้รากหญ้า หาเท่าไร ไม่เคยพอ

แต่สอสอ  แม่งมั่งมี   ทั้งปีเดือน

------------ลานเทวา๔๙-------------

มันมาอีกแล้ว ........  



ไม่ต้องเชิญ มันก็เสือก ช่วงเลือกตั้ง

เพราะมันหวัง คะแนน จึงแล่นหา

เดินดุ่มดุ่ม พุ่มมือไหว้ ยิ้มไปมา

กราบยันหมา ยันแมว ทุกแนวไป


ยิ่งใกล้วัน มันยิ่งบ้า มาทุกวัน

บางครั้งมา ทั้งกำนัน ทั้งผู้ใหญ่

สารพัด ดัดจริต คิดตามใจ

คนนี้ไง คนดี เป็นศรีเมือง


เลือกเถอะครับ เลือกผม เป็น สอ สอ

ผมนี้หนอ แสนฉลาด และปราดเปรื่อง

เลือกเถอะครับ เลือกผมไป ไว้กินเมือง

ผมนั้นเก่ง ทุกเรื่อง ในความเลว


ไม่ต้องเชิญ มันก็มา หน้าเลือกตั้ง

เพราะมันยัง ด้านหนา พวกห่าเหว

พอเลือกเสร็จ  มันก็ไป ใช้ความเลว

บ้านเมืองเหลว ยับลง เฝ้าปลงใจ

-------------ลานเทวา๔๙------------





เถอะไอ้นาย

นั่นก็ดี นี่ก็งาม ยามเลือกตั้ง

เฝ้าคิดหวัง ไปเรื่อย จนเหนื่อยจิต

สารพัด จัดอ้าง ในทางทิศ

ใดถูกผิด แหกตา ประชาชี



จะทำนั่น ทำนี่  ให้พี่น้อง

พวกต่างปอง ต่างหมาย มิหน่ายหนี

พอมันได้ เป็นสอ สอ  ขอไปที

วันเดือนปี ผ่านลา หน้าไม่แล


นั่นก็อัปรีย์ นี่ก็ทราม ยามเลือกเสร็จ

ต่างระเห็จ หน้าไกล ไม่แยแส

ที่จะมอบ จะทำให้ ไม่เหลียวแล

โคตรของแม่ มันยังไง ไร้สัจจะ


เถอะไอ้นาย  หายหน้า ไม่มาเห็น

ทำชั่วเร้น หลบไป ไม่พบปะ

คราวหน้ามา กูไม่เลือก มึงละวะ

ไอ้ขยะ การเมือง เปลืองแผ่นดิน



------------ลานเทวา๔๙------------







เถอะไอ้พวกถ่อย

มันไล่ต่อยคนแก่

มันรังแกผู้หญิง

มันไม่ใช่คนจริง

ดูสิสิ่งที่มันทำ


มันน่าดูแคลน

มันแสนระยำ

ทั้งผู้ตามผู้นำ

มันตกต่ำในหัวใจ


ทุเรศประเทศแท้

ยังยิ้มแปร้ไม่แก้ไข

เขาขับกลับไม่ไป

เขาไล่เสือกไม่ลา


สมองมันมีรึเปล่า

หรือมันโง่เง่าไร้การศึกษา

ด็อกเตอร์มันได้แต่ใดมา

ไม่มีจรรยาในหัวใจ


-------ลานเทวา๔๙-------




กล่อมดิน


ะวิผ่อง อำไพ ใสกระจ่าง

กาลเดินทาง เวียนวน ให้ค้นหา

แผ่นดินนี้ มอบสิ่งใด ให้เรามา

กี่ลืมตา ตื่นเห็น  ในแผ่นดิน


หลับเถอะนะ แผ่นดิน ยามสิ้นแสง

เจ้าอ่อนแรง กับเวลา อันบ้าบิ่น

มนุษย์มัน ไม่เคยซื่อ ดื้อเกินยิน

มันผลาญสิ้น ทุกอย่าง บนทางมา


รู้ว่าเจ้า นั้นเดือด ยามเลือดหลั่ง

กี่ร่างฝัง ฝากกลบ ซบห่วงหา

รู้ว่าเจ้า ซึมซับ รับน้ำตา

วันเวลา  แร้นแค้น หนอแผ่นดิน


เจ้าโอบอุ้ม ชีวิต ที่ผิดพลาด

ธรรมชาติ แห่งเจ้า เข้าใจสิ้น

อีกไม่นาน ในกาลลับ ดับชีวิน

ข้าจะกลับ ไปเป็นของแผ่นดิน นิจนิรันด์

--------------ลานเทวา๔๙---------------





วันนี้ที่เมืองไทย

ความขัดแย้ง แรงร้อน สะท้อนผล

แบ่งแยกคน  ในทาง ไม่สร้างสรรค์

ยึดพวกพ้อง ปองอำนาจ เฝ้าฟาดฟัน

เข้ากดดัน  ดึงดื้อ ยื้อกันไป


  นี่ข้าชอบ นั้นข้าชัง  ไม่ฟังเสียง

ต่างทุ่มเถียง โกธา บ้ากันใหญ่

ผู้นำชั่ว มัวเบือนบิด ไม่คิดไร

แอบสมใจ  สมน้ำหน้า ประชาชน


  ขนมาเถิด ขนมา ข้าจ่ายจ้าง

เอาเงินวาง เข้ายื้อ ซื้อทุกหน

ข้าจะซื้อ คนเข้ามา เข่นฆ่าคน

ประชาชน หน้าโง่  โธ่ ! สมควร


   อย่ามาขับ มาไล่ ไอ้กระจอก

เดี๋ยวข้าบอก  ฝ่ายข้า เข้ามาสวน

กระทืบให้ จมดิน สิ้นขบวน

อย่ามารวน ขัดขวาง ทางหากิน


  แผ่นดินนี้ ของใคร ให้รู้บ้าง

เงินใครจ้าง ใครรับ ในทรัพย์สิน

ประชาชน หรือจะใหญ่ ในแผ่นดิน

ตระกูลชิน สิยิ่งใหญ่ หรือใครเกิน

-----------ลานเทวา๔๙-----------






ควายเอ๊ยยยยยยยยย


     เล่นเอาระเบิดมาแหกตา

โธ่ ! ไอ้บ้า คิดทำได้

วางแผนกันยังไง

เอาส่วนไหนมาคิดทำ


ตกต่ำทางความคิด

วิปริตจนน่าขำ

เหลวไหลในการกระทำ

เลวระยำสร้างกันไป


แหกตาแต่คนโง่

อพิโธ่ ! เชื่อมันได้

สมองตรองยังไง

แสนจัญไรหนอคนเรา


กุนซือห้อยปัญญาอ่อน

ทำไรย้อนความโง่เขลา

อวดอ้างสร้างทำเอา

แต่เพียงผลของตนตัว



ชั่วช้าสารเลว

ความหาเหวช่างเต็มหัว

งี่เง่าหลงเมามัว

ทำแต่ชั่วเป็นเรื่องราว


หวังผลแยบยลแผน

หวังคะแนนหวังกลบข่าว

หวังสงสารผ่านชนชาว

หวังดับห้าวอริการเมือง


คิดทำน่าขำแท้

เรื่องตอแหลแลทำเขื่อง

โสมมหนอการเมือง

สร้างแต่เรื่องน่าอับอาย

---------ลานเทวา----------





ท  ทหารอดทน



 อดทนนานเกินไปใช่ว่าเหมาะ

เขามาเคาะหมวกเล่นทำเป็นเฉย

แลสิ้นไร้ศักดิ์ศรีอย่างที่เคย

ออกมาเลยมาลุยมาคุยกัน


 ปล่อยให้มันมามั่วตบหัวเล่น

คนเขาเห็นทั้งเมืองเคืองไหมทั่น

ท ทหารอดทนแลยลกัน

ถูกเขาหยันเยาะย่ำไม่ทำไร


  หมดน้ำยาแล้วหรือดื้อไม่ออก

ถูกเขาตอกหัวเข้าไปเท่าไหร่

ปล่อยเขาเหยียบเขาย่ำทำกันไป

หดอยู่ไหนกันหนอ ท ทหารอดทน


------------ลานเทวา๔๙--------------




ว่าไปเรื่อย


  เก็บอารมณ์บ่มจดเป็บทสรรค์

สร้างสวรรค์ห่าเหวแลเหลวไหล

วาดวิมานในอากาศอนาถใจ

สาระใดบ่มีเลยนี่ตู


  เอาแต่เมาแล้วด่าพวกหน้าด้าน

เปลืองเหล้าบานเลยนี่ที่กินอยู่

พรรษาหน้าของด ลองอดดู

เผื่อมีคู่เชยรักบ้างสักคน


 เสน่น้ำจัณฑ์ผันไปในราวเรื่อง

อย่าได้เคืองในจิตจนผิดผล

ว่าไปเรื่อยเหนื่อยก็พักหนักใดทน

อ่านเพียงพ้นคิดไรให้มากความ


กวีทรามกวีถ่อยร้อยเรียงบท

เฝ้าจารจดคำมาหาเย้ยหยัน

ไม่ว่าเทพเทวาถ้าชั่วกัน

ไม่พ้นฉันขี้เมาเฝ้าประณาม

-----------ลานเทวา๔๙------------



ไม่เข้าใจ



 แลวุ่นวาย สับสน รานรนแท้

ที่ควรแก้ กลับข้าม ทรามกันใหญ่

ที่ควรวาง กลับยึด ตะพึดไป

มันอะไร  ของมัน ฉันละงง


ไม่ถูกทาง ไม่ถูกทิศ ยังคิดมั่ว

หรือยังชั่ว ไม่สะใจ ในลุ่มหลง

ถึงได้สรรค์ ได้สร้าง อย่างมั่นคง

มิปลดปลง ปล่อยวาง ในทางดี


 อำนาจทราม เลวชั่ว ที่ตัวมอบ

ไร้ความชอบ ใดตระหนัก ในศักดิ์ศรี

เห็นแต่ความ เลวร้าย รายราวี

ล่วงผ่านปี  วันเดือน มิเลือนจาง


  ยังแต่ต่ำ ความคิด ที่ผิดชอบ

ไร้คำตอบ ที่ควร ชวนหม่นหมาง

ความดีงาม ไม่เห็น ในเส้นทาง

แลอ้างว้าง หัวใจ ไปทุกยาม

------------ลานเทวา๔๙------------



ต่ำตีน



ตีนย่ำนำทางสร้างก่อ

เติมต่อความจริงสิ่งหวัง

ถั่งโถมโหมแรงประดัง

พลังแห่งใจไม่สิ้น


ลงแรงบุกเบิกสร้างสู้

เหงื่อกูซึมซ่านฐานถิ่น

ลูกหลานกูได้มีกิน

บนดินที่กูเบิกมา


หกสิบกว่าปีที่ผ่าน

กูสานสร้างนำทำหา

จากก่อนย้อนเก่าเล่ามา

ดงป่าแดนเถื่อนเรือนไพร



บัดดลยลไปไร้สิ้น

ฐานถิ่นที่เคยอาศัย

นายทุนครอบครองหมองใจ

รีสอร์ทจัญไรมาแทน


แลเลบ้านหัวควนล้วนหัวแดง
ทุกระแหงเข้าครองลำพองจิต
แลเลบ้านหัวอ่าวร้าวใจคิด
ทุกชีวิตเดินตามหมายของนายทุน


เศษเงินขุนบุญเบี้ยใครเสียชาติ
คนอุบาทว์ดึงหัวแดงมาแข่งหนุน
เศษเงินทานหว่านเข้าใช่เอาบุญ
แลเป็นคุณเป็นค่าว่ากันไป

ต่ำตีนกูผู้สร้างบนทางชอบ
ทรามมึงมอบความเลวความเหลวไหล
หลอกพี่น้องลูกหลานพล่าผลาญใด
ถามหัวใจเอ็งดูให้รู้กัน

 โกงที่ดินกินที่วัด
สารพัดระยำที่ทำสรรค์
เบียดยันพระระรานชีดีหรือนั่น
โกงแดกปันสิ้นแล้วทุกแนวเมือง
-----------ลานเทวา ๔๙------------





วันนี้ข้าร้องให้




  ชื่นน้ำฟ้ารินหล่นปนน้ำเหล้า

ข้ายังเมาไม่สร่างบนทางฝัน

ไยแสงเดือนมิเยือนพร่างในกลางวัน

ไยตะวันจึงหนีหน้ายามราตรี


 ดื่มน้ำเหล้าเคล้าน้ำฝนปนน้ำตา

โลกไร้ค่าไปสิ้นทุกถิ่นที่

หาคุณงามความรักไม่ยักมี

ยังแต่ดีอวดโอ่อย่างโง่งม


 เป็นผู้ตรมในรักหักใจช้ำ

แลต้อยต่ำเกินชื่นมายื่นสม

จึงเฝ้าแต่เสพสุรากล่อมอารมณ์

ใครนิยมชังชอบข้าขอบใจ


   ถึงข้าเมาไปทั่วก็ชั่วข้า

โลกบ้าบ้าใบนี้ดีแบบไหน

ข้าไม่เป็นนายกบ้างช่างปะไร

แผ่นดินไทยไกลกว้างยังทางเดิน


 ข้าจะเมาที่ไหนในปรารถนา

บนมรรคาย่ำไปไม่ขัดเขิน

ยังมีที่มีทางให้ย่างเพลิน

ไม่ต้องเชิญไม่ต้องขับให้อับอาย


  อีกไม่เคยกลัวตายวุ่นวายหลบ

ไม่เคยกลบความชั่วกลัวดีหาย

ไม่มีคนไล่ขับอย่างกับควาย

อยู่สบายตามวิถีที่ข้าปอง


 แต่วันนี้น้ำตาข้ารินไหล

ราดรดใจชอกช้ำระกำหมอง

เพราะข้าเดินสดุดโถโหลยาดอง

จนแตกนองทั่วพื้นกลืนน้ำลาย


 ไม่มีเหล้าดื่มกินเหมือนสิ้นฝัน

ร่ายกลอนสรรค์โศกจิตเกินคิดหมาย

การเมืองทรามตอแหลแลวุ่นวาย

เข้าซื้อขายหมูหมาไม่น่าแล


   เอาตังมาซื้อเหล้าดื่มจักปลื้มกว่า

ซื้อไอ้ตัวไร้ค่ามาตอแหล

สภาไหนก็ทรามใช่งามแท้

ยากเกินแก้แล้วชาติอนาถใจ

-----------ลานเทวา๔๙-------------




ไอ้ผีกวีถ่อย เขียนให้ หมาจนตรอก



  กวีถ่อยร้อยคำมาย้ำเยาะ
ฟ้าหัวเราะอย่างไรตามใจฟ้า
ร่ายลำนำไม่หวานเนิ่นนานมา
ลานเทวายินสดับรับด้วยใจ

 
 หลงเสน่ห์น้ำจัณฑ์เมาวันค่ำ
เรียงร้อยคำยอกย้อนมิอ่อนไหว
มิเคยเขียนเอาอกเอาใจใคร
ปากหมาไปเรื่อยเรื่อยเหนื่อยก็เบา


  ข้านายผีกวีถ่อยผู้ต้อยต่ำ
ฝากถ้อยคำลิขิตถึงมิตรเก่า
ที่เคยร่วมอุดมการณ์ ณ ลานเมา
ร่วมรินเหล้าครื้นเครงบรรเลงกลอน


 ว่าอกเอ๋ยอกข้ายังบ้าคิด
ดัดจริตหัวใจไหวเอนอ่อน
ยังห่วงหาอำนาจวาดอาวรณ์
มิอาจจรจากไกลเพราะใจรัก


  โศกระทมตรมใจในระเบิด
ดันมาเกิดเหมือนเยาะยามเคราะห์หนัก
แล้วจะหวังน้ำใจใครมาภักดิ์
ที่เคยรักมอบใจก็ไหวแปร


   ขึ้นหลังเสืออย่างสง่าตอนขาขึ้น
กลับต้องมึนยามจะลงพะวงแก้
บริวารที่เคยเชื่องชักเคืองแด
ยุ่งเกินแท้แล้วใจในชะตา


  จากกลอนรำเป็นกลอนร่ำน้ำตาตก
วุ่นหัวอกหัวใจในยะถา
ห้าปีผ่านไม่พ้นวนกรรมมา
แทบจะบ้ายามนี้ที่เป็นไป


   ดวงไม่เด่นเช่นก่อนให้ร้อนจิต
ที่เคยคิดคาดหวังพลั้งเหลวไหล
จะหลอกลวงคำอ้างกันอย่างไร
เดินไปไหนเขาก็ขับไม่รับฟัง

----------ลานเทวา๔๙----------


ข้าไม่ใช่กวี


 เป็นเพียงแค่ขี้เมาไม่เข้าท่า
แถมปากหมาเรื่อยไปในทุกที่
ข้าไม่เป็นมันดอกนะกวี
เขียนเหมือนขี้น้ำเน่าไม่เข้าใจ


  เป็นขี้เมาปากหมาเข้าท่ากว่า
อย่าได้มาเรียกกวีใช่ที่ไหน
เมาแล้วแล้วร่ำพร่ำเพ้อละเมอไป
แสนสุขในคืนวันที่ฝันปอง


   มีเหล้ากินมีดินย่ำสุขล้ำลึก
มิเคยนึกมักใหญ่ให้หม่นหมอง
มิเคยหลงอำนาจวาดลำพอง
สุขครรลองแห่งใจมิไกลนัก

 
   เขียนกวีอย่างไรไม่เคยรู้
เขียนหัวใจที่เห็นอยู่จึงประจักษ์
ยังมีโลภมีหลงพะวงรัก
มาทายทักหัวใจในคืนวัน


   เขียนความฝันความจริงสิ่งที่ผ่าน
เขียนสันดานการเมืองเรื่องนายทั่น
เขียนถ้อยรักละเมอเพ้อรำพัน
เขียนใจปันไมตรีดีหัวใจ


    เขียนแผ่นดินยามสิ้นหวังพลังหด
เขียนถ้อยบทคำสรรค์ให้หวั่นไหว
เขียนเรื่องเก่าเล่าอ้างบนทางไป
เขียนถึงใครคนนั้นที่ผันแปร


   เขียนบทสร้างทางชอบมามอบให้
เขียนความในที่ส่อการตอแหล
เขียนถึงรักที่หวงห่วงในดวงแด
เขียนถึงแกไอ้เหลี่ยมจงเตรียมตัว


  ที่ข้าเขียนเขียนมั่วไปทั่วนั้น
คงมิสรรค์สร้างใดมาใส่หัว
เพราะอำนาจที่พะวงหลงเมามัว
ถึงได้ชั่วเช่นนี้ร่วมปีมา

----------ลานเทวา๔๙----------





จดหมาย ถึง ไอ้ห่วยแตก



 ข้างคอกควายที่เก่าข้าเฝ้าคิด
ถึงยอดมิตรที่ร่วมเรียงเคียงสร้างฝัน
ห้าปีผ่านพ้นไปในคืนวัน
ความผกผันรุนแรงเกินแต่งเติม

 แต่ไม่ห่วงเอ็งเท่าไรดอกไอ้ทัก
เพราะข้าชักเบื่อแกตั้งแต่เริ่ม
หลายหนที่ยังเห็นเป็นเหมือนเดิม
ไม่อยากเสริมส่งสร้างให้อ้างไป

  บอกให้กลับบ้านเก่าเคยเนาแนบ
ยังเสือกแอบออกไปอ้างสร้างเรื่องใหญ่
เป็นนายกตกต่ำแล้วทำไง
กูบอกให้ออกมายังบ้าทำ

  ห้ามเท่าไรไม่ฟังน่าชังแท้
แล้วจะแก้อย่างไรในตกต่ำ
มันเป็นช่วงขาลงคงระกำ
จะคิดย้ำอันใดใช่ว่าดี

  ฮาอู้บอกคิงแล้วคิงบ่าเจื่อ
หยุดสักเทื่อฟังเปิ้นกลับเดินหนี
เอาแต่ตนมักเมาบ่เข้าที
ประชาชีก้ายล้ำในคำลวง

  เขียนจดหมายมาเตือนเพื่อนหลายหน
เหมือนไปหล่นปลักควายจนหายล่วง
เขียนเท่าไรก็ไม่ซึ้งซ่านถึงทรวง
คิดว่าดวงเอ็งดีหรืออย่างไร

    จึงไม่สนใครว่าเหมือนบ้าแล้ว
ถอยเถอะแม้วถอยเลี่ยงกลับเชียงใหม่
กลับไปหาที่พักรักษาใจ
ความเป็นคนคงไม่ไร้ทีเดียว

  แม้นต้องเจ็บไปบ้างก็วางเถอะ
ก่อนจะเจอะของแท้ให้แลเสียว
รู้รักษาตัวรอดยอดนักเชียว
อย่าหลงเลี้ยวในอำนาจจักพลาดไกล


 จดหมายข้าขอมอบให้ไอ้ห่วยแตก
เพื่อนหน้าแปลกแสนกลคนเชียงใหม่
จากคนภูตะนาวแห่งราวไพร
เขียนด้วยใจทุเรศเหตุการเมือง

---------ลานเทวา๔๙----------



แค้น !!!!!!!!



 เอาเลือดมันมาล้างตีนดีมั้ย
ถึงจักหายแค้นใจแน่นในอก
โทษครั้งนี้เห็นที่ว่าเกินยก
จะผ่าอกผ่าใจมันให้สิ้น


   หลอกให้อุ้มให้ถนอมซ้อมเช้าค่ำ
พอตอนตีเสือกมุดต่ำระยำถิ่น
ไม่ยอมเหินเดินหลงอยู่ตรงดิน
เขาตีดิ้นคอพับให้อับอาย


 เดือยก็งามแต่ทรามโง่ โธ่ ! ชีวิต
กูขุนผิดจึงเสียท่าเกินว่าหมาย
เก่งนอกบ่อนอ่อนใจไปทุกภาย
ไก่ร้ายร้ายสีอย่างนี้ต้มดีกว่า


   ทำเสียเงินเสียท่านึกว่าแน่
ตีไม่แท้เอาแต่หยุดมุดใต้บ่า
ถูกทั้งแข้งทั้งเดือยจนเหนื่อยล้า
สมน้ำหน้าไอ้หางดอกเสือกหลอกตู


   ลงหม้อเถอะไอ้เวร
ตีเหลือเดนไร้ค่าไม่น่าอยู่
ไก่สวะไม่ใช่ไก่เชิงครู
หลอกคนดูคนเชียร์ระเหี่ยใจ

-----------ลานเทวา๔๙-------------





ส้นตีน

เหยียบย่ำมาทั่วแคว้นทุกแดนถิ่น
ตะลอนสิ้นทั่วไทยไปมาหมด
จะร้านช่องซ่องไหนไม่เคยลด
กี่คุ้งคดโค้งฟ้าที่ที่ข้าไป

 เห็นแผ่นดินแปลกตาหลายคราครั้ง
เห็นกี่หวังที่เริ่มต้นในหนใหม่
ผลัดแผ่นดินเปลี่ยนสีสรรค์กันเช่นใด
ความจัญไรก็ยังอยู่คู่สภา

 ส้นตีนข้าพาย่ำนำทางทิศ
ผ่านถูกผิดคิดยลย่ำค้นหา
ดินกี่สีที่เยือนเปื้อนบาทา
มากคุณค่าคำตอบมอบแด่ใจ

  ไอ้ตีนแดงตะแคงเดินผิวเผินนัก
ความทุกข์ทนมิประจักษ์ยังสาไถย
เคยรึย่ำไปทั่วเห็นหัวใคร
ยังแต่ใส่ความสร้างอ้างอวดตน

 เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อยังตอแหล
ส้นตีนแท้มิเคยย่ำนำทางหน
ยังแต่เหยียบหัวบ่าประชาชน
อวดอ้างกลมารยาสารเลว

------------ลานเทวา๔๙------------



ความสุขของไอ้กระเทย



  ลูกผู้ชายรึก็เปล่า
เป็นหมาเห่าแทนนายน่าอายหมา
เป็นอีแอบเรื่อยไปในสภา
ชอบออกมาคอยเคลียเลียจ้าวนาย

  เป็นผู้ชายหรือเปล่า
ถึงได้เอาแต่หน้าออกมาขาย
จนบ้านเมืองผันแปรแลวุ่นวาย
มิละอายใจเลยเคยแต่เลีย

   แอบรังแกผู้หญิง
แอบระเบิดมาประวิงให้มันเสีย
แอบไปอ้อนบ้านป๋าหน้าตัวเมีย
แอบไปเคลียกับใครในทางทิศ


  หมดสภาพเสียแล้ว
หมดทุกแนวสับสนไม่พ้นผิด
เพราะความเลวเหวห่าพาให้คิด
จนชีวิตต่ำตกเกินยกวาง

  ยังมาออกทีวี
เพื่ออวดความอัปรีย์ที่แอบอ้าง
ใส่กระโปรงมาด้วยช่วยเข้าทาง
เป็นอีนางร้อยร่านวงการเมือง

-------------ลานเทวา๔๙-------------




ฝันไปเถอะ

  ฝันไปเถอะประชาชินแผ่นดินนี้
อย่าหวังมีความผาสุขมาปลุกปลอบ
หากผู้นำต่ำใจไร้ความชอบ
ไม่มีกรอบคุณธรรมมานำชน

  ฝันไปเถอะไอ้นายฝันร้ายแน่
ปัญหาแก้ไม่สิ้นทุกถิ่นหน
เพราะผู้นำใจต่ำระยำตน
ร่ายแต่กลลวงเล่ห์เพทุบาย

  ฝันไปเถอะชาวประชาหน้าซื่อซื่อ
เขาหลอกซื้อเสียงสิทธิ์คุณคิดขาย
ฝันไปเถอะที่เขาโอ่นโยบาย
รอให้ตายหรือสมหวังดั่งที่รอ

 ฝันไปเถอะสามัคคีที่ใฝ่ฝัน
หากคืนวันยังไม่มองการร้องขอ
ฝันไปเถอะเศรษฐกิจอันเพียงพอ
หากยังก่อหนี้กู้ผู้นายทุน

  ฝันไปเถอะชีวิตฝันคิดวาด
ฝันไปเถอะประชาชาติวาดไออุ่น
ฝันไปเถอะว่าจะได้พึ่งใบบุญ
ฝันถึงคุณคนนั้นวันเข้ามา

  ฝันไปเถอะว่าเลือกตั้งในครั้งใหม่
ประเทศไทยจะสร้างสรรค์ไร้ปัญหา
ฝันไปเถอะว่าคนดีมีในสภา
นอนหลับตาฝันไปชาวไทยเอย

----------ลานเทวา๔๙----------
ตำรวจมา


 
  สีกากีมาที่เรือนแลเกลื่อนหน้า
บอกช่วยตามลานเทวามาเจอหน่อย
บอกเอ็งเขียนกลอนยังไงแรงไปน้อย
เขียนค่อยค่อยได้มั้ยวะไอ้ลานฯ

  โธ่ ? ไอ้นายอายหมามันบ้างเถอะ
แลชักเลอะจนเกินปลงความสงสาร
คนมันเลวเกินคั้นในสันดาน
จึงต้องจารสื่อแจ้งทุกแห่งไป

   อย่ามายุ่งกับลานฯ จะดีกว่า
จะหาว่าไม่เตือนนะเพื่อนใหม่
ซี้ซั้วมายุ่งกับฉันจะบรรลัย
เดี๋ยวสั่งไปลงยะลาอย่ามาครวญ

-----------ลานเทวา๔๙------------





มาอีกแล้วววว ??



   เป็นขาใหญ่ใจหมาแบบหน้าด้าน
เก่งแต่การตอแหลเพื่อแปรผล
สร้างเรื่องราวอีแอบได้แยบยล
เหมือนมิใช่ผู้คนบนแผ่นดิน

  ดุจเปรตปอบเลวชั่วตัวกินไก่
ทำยิ่งใหญ่คับฟ้าบักห่าหิน
ยังอยู่ทนให้คนแค้นทั่วแผ่นดิน
บักปอบกินโสโครกเชื้อโรคร้าย

 มาอีกแล้วมาทั้งยวงช่วงเลือกตั้ง
มาพร้อมหวังที่แฝงชวนแหนงหน่าย
โฆษณาปลอบปลุกไปทุกภาย
พูดไม่อายแผ่นดินลิ้นเลห์กล

  จะไอ้นั่นจะไอ้นี่ที่มันบอก
แลกลับกลอกร่ำไปในทุกหน
ปั้นหน้าหลอกบอกสร้างอ้างชาวชน
พร่ำวกวนน่าเชื่อเพื่อประชา

       โธ่ ! ไอ้ทิด
ดัดจริตตอแหลแน่นักหนา
กี่หนฟังกี่ครั้งผ่านในมารยา
ยังจะมาโกหกพร่ำยกตน

----------ลานเทวา๔๙----------






เสียงยามดึกที่เร้าใจยิ่ง


 เถอะทิศทางที่ควร
ความดีงามจักหวนกลับมาใหม่
การเริ่มต้นอีกหนครั้งหวังกันไป
แผ่นดินไทยดีหรือทรามโปรดตามแล

  ทหารเอย
ทำอย่างเคยในถูกผิดที่คิดแก้
แผ่นดินไทยในฝันหรือผันแปร
สมานแผลเยียวยารักษากัน

 เถอะทักษิณ
คงจักสิ้นอำนาจสุดคาดฝัน
นี่แหละสิ่งที่คอยในรอยวัน
สิ้นสุดกันตรงนี้นั้นดีแล้ว

 เถอะสายลม
ที่เคยพรมพัดพามาแผ่วแผ่ว
ความขัดแย้งคงสิ้นทุกถิ่นแนว
เพราะพระแก้วคุ้มครองผองชาวไทย

 เถอะอำนาจ
หลงแล้วพลาดจมตัวชั่วไปใหญ่
กี่หนครั้งบทเรียนไม่เขียนใจ
จบอย่างไรมิเคยแลมาแก้ตน

  ปฏิวัติเถอะ
ล้างในสิ่งที่เประอีกสักหน
เปิดประตูบานใหม่ให้ผองชน
เริ่มอีกหน นะ ประชาธิปไตย ฯ

แย้มเถอะแย้มประตู
หนทางยังอยู่ในทิศใหม่
ก้าวเถอะจงก้าวไป
เพื่อเมืองไทยที่เรารัก

 เปลี่ยนแปลงเถอะเปลี่ยนแปลง
ล้างชั่วแฝงให้ลับล่วงความหน่วงหนัก
เทิดในคุณแผ่นดินไทยด้วยใจภักดิ์
ผูกสมัครเพื่อชาติประชาชน


  ปกครองเถอะปกครอง
ในครรลองแห่งธรรมส่องนำหน
อย่าได้คิดหาญห้าวเหนือชาวชน
ตรองใจยลในทางกระจ่างใจ


  ปฏิรูปเถอะปฏิรูป
อย่าเพียงวูบพ้นผ่านมิสานใหม่
แผ่นดินยังบอบช้ำจะทำใด
มองให้ไกลเถอะท่านใช่ผ่านเลย

--------ลานเทวา ๔๙---------





หนังพึ่งลงจอ



 ถามทิศทางแห่งใจที่ไหนสู่
จากหนึ่งผู้แพ้พ่ายนายตัณหา
ห้าปีผ่านพานพบประสบมา
เห็นคุณค่าความหมายจากภายใด

   ยังแต่กลซ่อนเล่ห์ที่เหหัก
ฉลาดนักในความโกงไม่โปร่งใส
กีคำถามถามยลไม่สนใจ
กี่เป็นไปกันเล่าเบื่อเท้าความ

   แล้วรถถังรถถงวิ่งตรงแล่น
หรือหมายแม้นให้โลกาเขามาหยาม
เมื่อแผ่นดินสิ้นคนดีมีแต่ทราม
ก็ถึงยามที่ควรแล้วในแนวนี้

  จึงคาดหวังกันไปในทางทิศ
วิปริตสิ้นยื้อแล้วหรือนี่
จะนอนใจใดเล่าว่าเข้าที
ดีไม่ดีดูกันไปให้นานนาน

--------ลานเทวา๔๙--------





ถุย ! มนุษย์

 

  ถุย ! มนุษย์
ทุเรศสุดกิเลสอ้าง
ตันหาส่อต่อเติมทาง
ความเมามันมิจางในถูกผิด


  ถุย ! ชีวิต
ที่ครุ่นคิดหวังคาดวาดเติมต่อ
ดัดจริตเพียงใจกระไรพอ
ที่พะนอเอาใจกระไรมี


  ถุย ! ชะตา
จากยะถาที่เห็นเป็นวิถี
ย่ำพาตนไปทั่วในชั่วดี
ยากหาที่อิ่มใจในชีวิต


---------------------------------------ลานเทวา ๔๙





 บำบวงสรวงเทวา
บำบัดพาในมลทิน
บำรุงจรุงจินต์
บำเรอสินในมรรคา

  บรรเทิงเริงใจชื่น
บรรเทาขื่นไกลลับหา
บรรสบที่พบมา
บรรยายค่าอันใดควร

   บริพันธ์สรรค์สร้างแต่ง
บริสุทธิ์แห่งบทกำสรวล
บริการผ่านกระบวน
บริชนชวนระเริงใจ

   บัดดลยลใดว่า
บัดเดี๋ยวค่าจักอ่อนไหว
บัดนั้นความจัญไร
บัดนี้ไซร้จักกลับคืน

   บันดาลให้ผ่านพบ
บันจอยจบในสิ่งฝืน
บันจวบรวบใดกลืน
บันโดยดื่นในมรรคา

  แล้วความคงเดิมก็เริ่มคงกลับ
อันใดรับสดับแจ้งแสวงหา
บริบทจดจารผ่านตา
มรรคารู้เห็นเช่นใด

  ลมหายใจกวี๊ ! กวี !!
ยังพอมีคนที่อ่อนไหว
บัดนั้นบัดนี้อย่างไร
ประเทศไทยจงเจริญ ฯ

--------------------------------สาธุ !!!  ประเทศไทย ---






หลากหลายเรื่องราวพานพบ
มิอาจจักลบเลือนลับสิ้น
ความหม่นหมองในรอยราคิน
เปื้อนเปรอะแผ่นดินถมทับ

เถอะชีวิตในหล้าแหล่ง
จักเติมแต่งอันใดในสดับ
ความดีงามทรามสิ้นเกินยินรับ
ชั่วซึมซับถ้วนแล้วทุกแนวยล

ผิวแผ่วเพียงสายลมที่พรมผ่าน
โศกซึมซ่านรวนใจไปทุกหน
ความขัดแย้งแรงร้อนย้อนกมล
รั้งใจชนในชาติคิดคาดแค้น

พอเถอะความเกินตัว
พอเถอะชั่วที่เหลือแสน
สร้างความดีพลีมอบแทน
ทั่วถิ่นแดนจักสุขใจ

----------ลานเทวา ๔๙------------




ทักทาย สถานการณ์


 สันติภาพสันติสุขใดปลุกปลอบ
หากความชอบในแผ่นดินนั้นสิ้นผล
ยังแต่ความอัปยศให้อดทน
กล้ำกลืนจนเหน็บหนาวปวดร้าวใน

ทนต่อความอยุติธรรมที่ย้ำย้อน
จะสะท้อนใดแจ้งแถลงไข
เขาปิดปากยากเปรยเอ่ยอันใด
อำนาจใหญ่ล้นฟ้าที่มาครอง

เขาจำกัดสิทธิ์เสียงให้เพียงเฉย
อย่าได้เอ่ยสิ่งใดให้เค้าหมอง
จะวิจารณ์การใดในครรลอง
ได้แต่มองแล้วผ่านสะท้านใจ

มีปากไปก็ไร้เสียงจะเถียงอ้าง
หนที่สร้างมืดมิดจิตหวั่นไหว
เขาตอกย้ำอำนาจประกาศไกล
อยู่อย่างไรก็อยู่อย่ารู้ดี

-----------------------ลานเทวา ๔๙





อะไรของมัน  

  ระดมพลปล้นค่าประชาธิปไตย
แล้วเขียนใหม่อีกหนให้คนเห็น
สร้างทางทิศลิขิตไว้ในประเด็น
สุดแต่เป็นตามพวกสะดวกกัน

  แล้วแบ่งสรรค์ปันส่วนกระบวนสร้าง
ในหนทางที่แฝงด้วยแรงฝัน
ทิศที่ควรชวนเชื่อเพื่อใดกัน
แลปากมันตาขยิบกระพริบพราย

  จากขึ้นต้นแรกผลิเป็นมะลิซ้อน
พอใบอ่อนโผล่ออกกลับดอกหาย
จะเชยชื่นหอมลับเป็นกลับกลาย
บ้องกัญชาน่าอายกลับมาแทน
 
   ระดมพลขนพวกกระซวกซ่าน
อาวุธรานสร้างขอบเขตุทุเรศแสน
ปากบอกไม่แต่ใจจ้องมองน่าแคลน
ยังจะแค่นเย้ยยิ้มว่าพิมพ์ใจ

-----------------------ลานเทวา ๔๙





พร่างดาวแดงเมื่อแสงต่ำตะวันตก
ไหวสะทกพริ้วพรมลมสยาย
เพลงสันติที่สดับก็กลับกลาย
บทสุดท้ายในทิพย์เถื่อนสะเทือนไพร


  พ่อต้องตายอย่างไร้แผ่นดินกลบ
แม่โทรมซบใจโศกวิโยคไหว
พูนกองดินผินหน้าตัดอาลัย
ศพพ่อไม่เห็นมีที่จะทำ


 สหายเอย
ว่าไม่เคยได้ปลื้มใจดื่มด่ำ
เสียงไพรกล่อมกรอมจิตติดระกำ
กี่ร่างจำทิ้งร้างอยู่กลางไพร


  แผ่วแผ่วผิวผิวแผ่วแล้วลาล่วง
สิ่งทั้งปวงเริ่มต้นในหนใหม่
กี่คราครั้งหวังวนทุกหนไป
ความจัญไรหรือจะสิ้นแผ่นดินนี้

 
 ทุกข์หนเก่าเราแบกปืนฝืนเข้าป่า
ทุกข์อีกหนจับปากกาเข้าเมืองนี่
ทุกข์อีกครั้งหวังเปลือกเลือกตั้งดี
แต่ทุกทีเพียงผ่านสันดานคน

---------------ลานเทวา ฯ




ไม่เข้าตา


 มั่วกันมามั่วกันไปในทางทิศ

ปฏิรูปลิขิตกันแบบไหน

รูปธรรมนำเห็นกันเช่นไร

หรือเพียงผ่านเลยไปพอพ้นวัน


  เอาที่มันจับต้องและมองเห็น

เลือกประเด็นความจริงใช่สิ่งฝัน

ขอชัดชัดเข้าตาไม่ว่ากัน

อย่ายื้อยันลอยชายขายเวลา


   ขอเด็ดเดี่ยวเด็ดขาดฉลาดคิด

สร้างทางทิศมาแสดงเพื่อแจ้งค่า

ทำให้มันน่าชื่นชมสมราคา

ใช่เข้ามาเป็นพระเอกเพียงเสกมนต์


    ไม่ก็คืนอำนาจแด่ประชา

มิควรอยู่ให้เค้ามาด่าว่าบ่น

เดี๋ยวจะเสียราคาคุณค่าตน

รึหลงมาเล่นกลปล้นประชา

------------------------------------ลานเทวา ฯ





เวลาเปลี่ยน ใจคนเปลี่ยน

  ใช้กำลังหวังผลเหมือนปล้นชาติ
สุดอนาถดวงจิตคิดไฉน
ยังมาบอกว่าประชาธิปไตย
แต่หัวใจเผด็จการครองบ้านเมือง

  จงมอบคืนอำนาจแด่ประชา
มิควรถ่วงเวลาให้เป็นเรื่อง
หรือหลงรสซาบซ่านมนต์การเมือง
ให้เปล่าเปลื่องชีวิตเสพติดใจ

  จากสีเขียวเสี้ยวแสบแอบเปลี่ยนสี
ความกาลีเข้าครองมิผ่องใส
อำนาจมิเคยเข้าใครหรือออกใคร
หลงเมื่อใดเป็นเรื่องให้เปลืองความ

  อย่าอยู่นานเลยหนอผีขอร้อง
เดี๋ยวหางโผล่ออกมาฟ้องให้คนหยาม
เอาแค่นี่แค่พอดีและพองาม
ให้ทุกสิ่งเป็นไปตามประชาธิปไตย

-------------------------------------ลานเทวา ฯ





ถึงสหาย สายกวี ( กูเขียนให้มึงอ่าน )

โสมมเมืองวิไลย์ไร้สัจจะ
กูจึงละเมืองทรามอย่างหยามหมิ่น
กูไม่เอาดอกเมืองคนเปื้อนมลทิน
กูจักสร้างแผ่นดินด้วยธรรมดี

กูพอใจในบาทบทที่จดสร้าง
ในหนย่างนำใจไม่เคยหนี
ชีพกูขอพลีเอื้อเพื่อบทกวี
อยู่บนลานเสรี ลานเทวา ฯ

    จะอิ่มอดอย่างไรไม่เคยท้อ
จักสานก่อกลอนวาดปรารถนา
แม้นต่ำต้อยติดดินสิ้นราคา
หากชีวากูพอใจจักไม่ถอย

  จักขอเป็นนักกลอนอักษรสร้าง
ในหนทางจารจดการปลดปล่อย
อารมณ์ลึกตรึกเตือนใช่เลือนลอย
สุขมากน้อยเพียงใจจะไหวรับ

   กูไม่ฝันอันใดให้สูงส่ง
ตราบชีพยังอยู่ยงจงสดับ
กูจะร่ายกวีเถื่อนมิเลือนลับ
แม้นชีพดับก็จักไม่วางปากกา

-----------------------------------ลานเทวา ฯ




กลิ่นอักษรกลอนถ่อยไม่พร้อยเพริด
มิหรูเลิศบริบทอันสดสี
อันตัวกูก็ไม่ใช่กวี
เพียงแค่มีใจรักเยี่ยงนักกลอน

ความรู้กูนั้นแท้แค่ ป หก
จะต่ำตกอย่างไรไม่ไหวอ่อน
มันจะเหม็นอย่างไรในบทตอน
หรือหนาวร้อนเยี่ยงไรไม่นำพา

กูพอใจในทางที่สร้างชอบ
กลอนกูมอบด้วยใจวาดปรารถนา
จะหอมเหม็นอย่างไรในธรรมดา
มิเคยสร้างมารยาตอแหลใจ

จะให้หอมหวานปานใดก็ค่า
หากหนึ่งบทรจนานั้นสาไถย
กูเขียนสิ่งที่เห็นตามเป็นไป
สุขอยู่ในการเขียนจดทุกบทตอน
-----------ลานเทวา ๔๙----------  





เอาแล้วไง


 ชักหลงทิศหลงทางวางอำนาจ
แทรกแซงวาดเรื่อยไปใช่เห็นหัว
จะเอานั่นเอานี่ดีใส่ตัว
แลชักมั่วเสียแล้ว วะไอ้ทิด


    นึกว่าเทพเทวามาป้องปก
แท้นรกแฝงแอบแนบสถิต
จากชั่วเก่าสู่ชั่วใหม่พาให้คิด
ข้าดูผิดอย่างไรในแนวนั้น


   ชักเขี้ยวกางหางโผล่โธ่สีเขียว
มิยอมเชียวกับอำนาจจึงวาดฝัน
จะซึมแทรกแดกไปทำไมกัน
บ้านเมืองนั่นยังคอยการเยียวยา

   แต่นี่มาบ้าเสียเองละเลงมั่ว
เอาแต่พวกของตัวไปเป็นท่า
แท้ก็หลงอำนาจอุจาดตา
ปฏิรูปมายาบักห่ากิน



ไอ้หื่น จากนรกข่มขื่นเด็ก
นายทุนหื่น จากนรก ข่มขื่นธรรมชาติและป่าไม้
ทหารเฒ่าหื่น ข่มขืน ประชาธิปไตย

สวัสดีความโสมม

---------ลานเทวา ๔๙-----------




ชื่นเพียงใจไหวชื่น
ทุกข์ยังยื่นย้อนกลับ
หลากอารมณ์ถมทับ
รู้และรับสิ่งใด


เพียงผ่านนะเพียงผ่าน
กับประสบการณ์ในหนใหม่
เพียงพบพานผ่านพ้นไป
หาใดหรือยั่งยืน


กวีก็ยังเหงา
อารมณ์เก่ายังข่มขื่น
แรงฝันของวันคืน
เพียงหยิบยื่นจินตนาการ


ร่ายเถอะร่ายลำนำ
เรียงถ้อยคำมามาสื่อสาร
เขียนจดในบทจาร
ด้วยสันดานของกวี


ชื่นเถอะชื่นน้ำค้าง
ที่พราวพร่างกลางวิถี
ชื่นบทหยดกวี
ในยามที่เหงาเดียวดาย


 

-------------------------------------------------รำพันผ่าน ณ ลานเทวา
]





















Google