…ลำนำเถื่อน จากเรือนถ่อย …

 

 เคยสบซึ้งในแววตาพาใจซึ้ง
ซ่านคะนึงดวงจิตเฝ้าคิดฝัน
มอบไมตรีแช่มชื่นในคืนวัน
มีรักปันอุ่นไอให้แอบอิง


    บัดนี้ไร้แววตาพาใจฝัน
ความผกผันแปรไปในทุกสิ่ง
ภาพน้ำตาพร่าเห็นความเป็นจริง
รักทอดทิ้งเลือนร้างบนทางรัก


    สิ้นแววหวานซ่านจิตให้คิดถึง
ให้ตรมตรึงอยู่ในใจหน่วงหนัก
สิ้นอุ่นไอเคยอิงเคยพิงพัก
ต้องมาหักน้ำตาด้วยอาลัย


     เคยพะนอคลอเคล้าเคยเย้าหยอก
เคยพร่ำบอกว่ารักเจ้ามากเท่าไหน
เคยถนอมยอมใจภักดิ์รักเท่าไร
เคยชื่นในห้วงรักต้องหักตรม


      ภาพน้ำตาพร่าพรายเป็นสายโศก
ชั่วหรือโชคในรักยื่นความขื่นขม
ภาพอดีตกรีดเฉือนเรือนอารมณ์
ร้าวระทมไม่สิ้นถวิลครวญ


      เก็บความช้ำถมถ่วงความห่วงหา
ดินและฟ้ารั้งใจอย่าได้หวน
ฝากหัวใจร้างเร่คนเรรวน
หวังลืมนวลเนื้อนิ่มที่พิมพ์ใจ


       รินน้ำตาล้างใจให้ลืมสิ้น
ตัดถวิลที่อาวรณ์เลิกอ่อนไหว
ทิ้งภาพแห่งน้ำตาเลือนลาไป
ตัดอาลัยตรมเศร้าที่เร้าตรึง


     จุดประกายแห่งหวังตั้งต้นใหม่
พร้อมก้าวไปข้างหน้าอีกคราหนึ่ง
ภาพน้ำตาที่เคยช้ำไม่รำพึง
จะไม่หวนคิดถึงให้ช้ำทรวง

--------------------------ลานเทวา๔๙----------------------------
*** เธอ.........เหงา......***

อยากพักเหนื่อย เต็มที แล้วนะลูก

ที่เคยสร้าง เคยปลูก มานานเนิ่น

ในยามนี้ หมดแรงฝืน จะยืนเดิน

ชราเกิน จะหาผัก หรือหักฟืน
 
 
 
 
ยังแต่ความ ท้อแท้ เหมือนแพ้พ่าย

ลูกหลานหาย จากไกล ไปเป็นอื่น

เฝ้ารอวัน พันผูก ลูกกลับคืน

มาหยิบยื่น หยูกยา รักษาใจ
 
 
 
 
เฝ้ารอคอย นานปี ที่เจ้าจาก

แม่ลำบาก กว่าเก่า เจ้ารู้ไหม

ตาฝ้าฟาง แรงถอยถด ทั้งหมดใจ

เพราะลูกหลาน ทิ้งไป ไม่มาแล
 
 
 
 
ทิ้งถิ่นฐาน บ้านนอก ทิ้งคอกเก่า

ทิ้งผู้เฒ่า จากไป ไม่แยแส

หลงเมืองฟ้า บ้าความฝัน ที่ผันแปร

ทิ้งคนแก่ คนเก่า ให้เฝ้าคอย
 
 
 
 
 
มิไยดี หนีลับ ไม่กลับหวน

ให้ผู้เฒ่า ร่ำครวญ ใจเหงาหงอย

นั่งพิงเสา มองฟ้า ตาเลื่อนลอย

หวังใจคอย ลูกหลานมา ทุกนาที
 
 
 
 
 
หากล้มหาย ตายไป ในวันหนึ่ง

จะหาใคร คิดถึง มาเผาผี

พวกเขาอยู่ แห่งไหน ไม่รู้ซี

ตั้งหลายปี ไม่เห็นกลับ เหมือนลับลา
 
--------------------------ลานเทวา๔๙----------------------------
 น้อยไปหรือไรคนดี
กับความรักที่มีมอบให้
ฉันจะต้องทำอย่างไร
ถึงจะถูกใจเธอที่รัก

  อาจจะไม่เต็มร้อย
แต่ไม่เคยด้อยความแน่นหนัก
ทุกสิ่งมอบไว้ด้วยใจภักดิ์
ใช่ว่าสักแต่รำพัน


   ปรารถนาหนึ่งนั้นคงมั่นอยู่
อยากให้รู้ความจริงใช่สิ่งฝัน
ยังสะท้อนอ่อนไหวในคืนวัน
มิเคยผันไกลห่างบนทางใจ

  เก็บอารมณ์บ่มจดเป็นบทร้อย
ใช่เลื่อนลอยมารยาหรือสาไถย
ฉันรักเธอรักยิ่งกว่าสิ่งใด
รึมีใครสำคัญกว่าฉันเล่า

   ถึงได้ทำเฉยชาแล้วลาห่าง
ให้ฉันต้องอ้างว้างไปกว่าเก่า
ที่ผ่านไปไม่ประจักษ์หรือรักเรา
ฉันงี่เง่าเกินไปใช่ไหมเธอ

   หากว่าเธอมองเห็นฉันเช่นนั้น
เสียแรงฝันเฝ้าภักดิ์รักเสมอ
ต่อไปคงอย่าได้สบหรือพบเจอ
รักเพ้อเพ้อรักทำมัยรักไม่เป็น

   คนสำคัญของใจไม่ใช่ฉัน
เขาคนนั้นคงมีความดีเด่น
จึงมองฉันด้วยสายตาที่ชาเย็น
เหมือนอยากเน้นว่าฉันนี้งี่เง่านัก


    แค่คนงี่เง่าคนหนึ่ง
อาจไม่ซึ้งหัวใจให้ตระหนัก
อาจโง่เขลาเบาปัญญาไม่น่ารัก
จึงขอพักหัวใจไว้ตรงนี้

  
--------------------------ลานเทวา๔๙----------------------------
 เก็บจำปีแซมผม
ให้สายลมโชยหวน
ซ่านซึ้งกลิ่นรัญจวน
ที่เคยชวนชิดชม

  ดอกพิกุลร่วงแล้ว
น้ำตาแก้วไหลข่ม
โศกบนลานลั่นทม
ยามสายลมโชยมา


  เก็บหยดหยาดน้ำตามาเรียงร้อย
ผูกเป็นสร้อยมาลัยในห่วงหา
ตั้งแต่เราแยกพรากวันจากลา
รั้งชีวาระทมตรมใจรัก

  บนลานฝันลานเก่าที่เนาแนบ
เหงาจนแทบเฉาใจอาลัยหนัก
ที่เราเคยแอบอิงเคยพิงพัก
แลเหงานักยามนี้ไม่มีใคร

   จึงจำเอาน้ำตามาเป็นเพื่อน
เพื่อคอยเตือนใจอยู่รู้บ้างไหม
หยาดหลั่งรินน้ำตาเป็นมาลัย
สวมหัวใจที่รำพึงคิดถึงเธอ

   ยังคงมั่นเพียงหนึ่งนุชสุดที่รัก
ยังมอบภักดิ์หัวใจให้เสมอ
แม้นมิอาจพานพบประสบเจอ
มอบคำเพ้อจากใจฝากให้รู้

    หวนกลิ่นชื่นคืนฝันรำพันบอก
เคยเย้าหยอกอ้อนเล่นภาพเห็นอยู่
ชื่นลมหวนกลิ่นนางปรางพธู
เคล้าคลอคู่เคียงใจใครคนนี้

    รำพันฝากสายลมที่พรมแผ่ว
ไปถึงแก้วนุชน้องรักของพี่
เหงาบ้างไหมขวัญตายามราตรี
หรือคนดีมีใครอิงใจแทน
--------------------------ลานเทวา๔๙----------------------------
 
 ยังอยู่กับความเหงาและเปล่าเปลี่ยว
ยังอยู่อย่างโดดเดี่ยวใจโหยหา
ยังอยู่อย่างทรมาน ณ ลานเทวา
ยังอยู่กับกาลเวลาที่ผ่านเลย


   ยังเพียงเสียงแมลงที่กรีดร้อง
หวีดหวิวก้องท่ามกลางความเงียบเฉย
รั้งใจเหงาสับสนเสียจนเคย
ได้แต่เปรยกานท์กลอนอ้อนวิญญา

   
    เถอะชีวิต !   ที่คิดวาด
รั้งแต่พลาดผิดผลจนประหม่า
ยังแต่แววกรรแสงแฝงนัยตา
ถมอุราด้วยตรมระทมใน

  
    คิดเริ่มต้นมากี่ครั้ง ?
กี่ความหวังคิดดลในหนใหม่
กี่น้ำตาตรึงตรมจมฤทัย
กี่เป็นไปบนทางที่สร้างทำ


  มิเคยสมดั่งวาดปรารถนา
แลไร้ค่าเลื่อนลอยจนต้อยต่ำ
ยังแต่ช้ำหัวอกเกินยกคำ
หรือเวรกรรมใดดลให้จนใจ


   มีความเศ้ราเร้ารุมสุมชีวิต
ตราตรึงติดห้วงฝันจนหวั่นไหว
จะซ่อนความช้ำแฝงไว้แห่งใด
สุดหาใครห่วงหาเอื้ออาทร

--------------------------ลานเทวา๔๙----------------------------
  
 ดอกรำพึงตรึงฝันในวันเหงา
ดอกรักเฉาสลดไม่สดใส
ดอกระทมตรมช้ำรำพันไป
ดอกน้ำตาอาลัยร่วงไหลริน

  ดวงดาราระยิบพร่างกลางห้วงนภ
ดอกโศกซบใจเหงาเฝ้าถวิล
อัสสุชลซึมซ่าน ณ ลานดิน
หม่นชีวินหมองชีวาอุราตรม

  อยากซ่อนใจให้ไกลเหงาที่เร้ารอบ
หารักมอบหยิบยื่นแทนขื่นขม
เปลี่ยนจากช้ำเป็นชื่นรื่นอารมณ์
ดับระทมดวงใจด้วยใยรัก

    รำพันอ้อนดาวเดือน ณ เรือนนภ
อิงใจซบอุ่นไอใดประจักษ์
ยังแต่อุ่นฟืนไฟใช้พิงพัก
หนาวใจนักยามนี้ที่เอกา

     ดุจสายลมพรมแผ่วแล้วลาลับ
ยลสดับอันใดเหมือนไร้ค่า
เห็นแต่ความชอกช้ำตรมน้ำตา
ให้อุราปวดร้าวจนหนาวใจ

      ยากซ่อนโศกวิโยคเหงาที่เร้าผ่าน
ตรมบนลานแห่งฝันแสนหวั่นไหว
เก็บอารมณ์บ่มจดเป็นบทไป
เก็บอาลัยอาวรณ์ใส่กลอนกานท์

    ส่งมอบผ่านลานเทวาเพลาพลบ
ความสงบประดิฐษ์ถ้อยร้อยประสาน
เป็นลำนำกำสรดใจจดจาร
รติกาลแห่งเหงาเร้ารำพึง

--------------------------ลานเทวา๔๙----------------------------
 ว้าเหว่................

ท่ามกลางทะเลน้ำตา

เดียวดายในปรารถนา

ความห่วงหาเช่นสายลม


คิดถึง....................

เฝ้าหวนรำพึงในสุขสม

ท่ามกลางความเหงาเศร้าระทม

ตรึงใจตรมอ้างว้างอยู่กลางลาน



   เสียงคลื่นกลบซบฝั่งดังสะท้อน

ลมแผ่วย้อนความอาลัยให้ห่วงหา

เฝ้ารอคอยหลายปีที่ผ่านมา

ไร้วี่แววขวัญตาหวนคืนลาน


   ความวิไลย์ใดรั้งขังเจ้าไว้

ถึงพรากไปดังสายลมที่พรมผ่าน

ชื่นผิวแผ่วแล้วก็ลับไปกับกาล

ไหวสะท้านเพียงขุมขนแล้วพ้นไป


    ยังคอยรอความหวัง ณ ฝั่งฝัน

เหมือนคืนนั้นผ่านพ้นไปใหม่ใหม่

ยังชื่นกลิ่นหอมหวนรัญจวนใจ

ยามลมไกวสนระเนนเราเอนอิง


    เสียงคลื่นโศกซบหาดเหงาที่เก่านั้น

ความเงียบงันครอบคลุมไปในทุกสิ่ง

คนมอซอไร้รักพานพักพิง

ถูกทอดทิ้งเอกาว้าเหว่นัก


     ที่เคยชื่นเคยชมสุขสมหวัง

กลับพ่ายพังให้ระกำชอกช้ำหนัก

ทะเลตรมน้ำตาอาลัยรัก

สุดห้ามหักอาวรณ์ร้าวรอนใจ


     ลืมคนลานเทวาไปลาลับ

มิสดับข่าวคราวร้าวหวั่นไหว

หรือมัวหลงแสงสีอันวิไลย์

หลงเมืองไกลเมืองฟ้ามายาลวง

 --------------------------ลานเทวา๔๙----------------------------
 ดั่งสายลมพัดผ่าน

ไปกับกาลที่โหยหา

ว้าเหว่ลานเทวา

เอกาอยู่ร่ำไป


เสียงครวญในคืนค่ำ

ยังคงร่ำอยู่ไฉน

ศัพย์เสียงสำเนียงใจ

ยังโหยให้ทุกเพลา




พราวน้ำค้างพร่างพรมลมหนาวโบก
ลานดอกโศกเหงาตรมระทมฝัน
พราวน้ำตาขมขื่นในคืนวัน
ดอกรักพลันโรยร่วงแสนห่วงใย

     เก็บมาลัยน้ำตามาเรียงร้อย
สวมเป็นสร้อยความโศกวิโยคไหว
ยามระทมตรมเหงารุมเร้าใจ
สุดหาใครบรรเทาเช่นเงารัก

     แสงเทียนน้อยจะคล้อยดับลาลับแสง
สายลมแห่งชีวันแปรผันหนัก
ความโหยหาว้าเหว่เอกานัก
จะหาพักพิงใจเหงากับเงาใด

     ยังแต่ความเดียวดายที่รายล้อม
คอยหน่วงน้อมดวงจิตเกินคิดไข
ดุจดาวเดือนเลือนพรากจากฟ้าไป
พร่ำอาลัยอาวรณ์มิย้อนคืน

    ชื้นน้ำค้างพร่างลานสะท้านหนาว
ชุ่มน้ำตาร่วงพราวในขมขื่น
ย้อนอุราชอกช้ำทนกล้ำกลืน
อ่อนสิ้นแรงหยัดยืนบนทางจร

    สายลมแห่งความโศกยังโบกพัด
ความเงีบยเหงายังร้อยรัดเหมือนคราก่อน
น้ำตายังรินไหลในอาวรณ์
เศร้าบทกลอนยังร่ายร่ำถ้อยคำใจ

--------------------------ลานเทวา๔๙----------------------------

   ลานเทวายามนี้
ไม่มีแม้เงา
เป็นเพียงลานเหงา
ที่เฝ้าคอยรอ

  
วันคืนล่วงผ่าน
โอ้ ว่านานแล้วหนอ
กับการเฝ้ารอ
 ลานเทวา

  
เมื่อไรจะกลับ
คอยสดับห่วงหา
ตั้งหลายเพลา
ลืมลานเทวา......แล้วหรือไร ?




   
ลานอักษรสะท้อนใจใครคนหนึ่ง
อาจไม่ซึ้งซ่านทรวงให้ห่วงหา
มีเพียงฝันที่ผันผ่านลานเทวา
รจนาถ้อยจดเป็นบทจำ

    
เก็บความจริงความฝันมาปั้นแต่ง
เมื่อใกล้ยามสิ้นแสงตะวันต่ำ
วัยก็เกินหยิบยกพกระกำ
ยังแต่คำจารจดบทกวี

    
เสียงคลื่นซัดโครมครามยามโพล้เพล้
ลมทะเลวาดย้อมกล่อมวิถี
สายลมโศกวิโยคไหวในฤดี
เหงาทุกทียามจารจดเขียนบทกลอน

   
ถอดอารมณ์ตรมตรึงรำพึงหา
ลานเทวาเหงาใจเกินไถ่ถอน
เก็บความเศร้าโศกใจใส่บทตอน
แล้วร่ายย้อนเป็นลำนำห้วงรำพึง


   
พริ้วเพลงเดือนเยือนฟ้าคราใจเหงา
ยังแต่เราเลื่อนลอยคอยคิดถึง
ภาพอดีตกรีดเฉือนเตือนคนึง
โศกตราตรึงมิร้างบนทางใจ


  
ยังเพียงกลอนอ้อนใจใส่ความช้ำ
เป็นลำนำสะท้อนความอ่อนไหว
ลานเทวายามนี้ไม่มีใคร
คอยห่วงใยมอบรักให้พักพิง

 
--------------------------ลานเทวา๔๙----------------------------

ร้อยดารามาเป็นสร้อย
เอาเดือนห้อยเป็นกำไล
ผืนป่าพนาไพร
มาสวมใส่เป็นอาภรณ์

  อาหารในถังขยะ
หม้อกระทะหนุนต่างหมอน
โลกกว้างคือทางจร
รินกานท์กลอนต่างธารา

   นอนหนุนหม้อเก่าเก่าใช่เหงานัก
มีความรักดื่นใจในผืนหล้า
แต่งเติมอุ่นมอบวางบนทางมา
ใครบอกบ้าอย่างไรก็ใจเรา

   เก็บกิ้งกือคางคกพกใส่ห่อ
เอาไว้รอรับขวัญในวันเหงา
กระดูกหมูแย่งจากหมาค่าเกินเดา
มอบให้เจ้ามิ่งขวัญวันพบเจอ

   สร้อยก้างปลาข้าร้อยไว้คอยนุช
เสื้อแขนกุดของนงรามงามเสมอ
จำตรึงจิตตรึงฝันวันพบเจอ
ถึงแม้นเธอใส่ทุกวันฉันยังชม

   งามผ้าถุงผืนเก่าสีเน่านั้น
รอยขาดมันยวนตาข้าเหลือข่ม
มองหนใดให้โหยหาในอารมณ์
หวังใจสมเคียงข้างสร้างความรัก

   บ้านกระดาษใต้ทางด่วนเฝ้าครวญคิด
อยากเชยชิดอิงแอบแนบหนุนตัก
มาเถิดเจ้ามาแอบอิงมาพิงพัก
มาทอถักสัมพันฉันกับเธอ

    จะมอบทรัพย์มณีอันมีค่า
ทั้งพาราในเขตขอบมอบเสนอ
อีกเมืองขึ้นตั้งหลายเมืองใช่เรื่องเพ้อ
ยกให้เธอได้เชยชื่นในคืนวัน


  จะกล่อมนุชด้วยกลอนหวานให้ซ่านอก
ยามเดือนหกเหินฟ้าราตรีฝัน
จะร่ายกลอนกล่อมใจใต้แสงจันทร์
ผิวขลุ่ยดั้นหวนโหยโดยความรัก


---------ลานเทวา๔๙-----------

 

ฝากความรักของไอ้บ้าที่บ้ารัก
มอบใจถักสายใยแห่งไออุ่น
ก้อนขี้หมาที่ชอบมอบให้คุณ
โปรดการุณย์ดวงใจที่ใฝ่รัก

แล้วนุชน้องมอบรักให้หมาไหนเล่า
บอกเถิดเจ้าบอกให้ใจประจักษ์
ที่เคยมอบเคยหมายเคยทายทัก
ยังตระหนักใจอยู่มิรู้เลือน

  หากเจ้าชอบมอบใจให้กับพี่
จะนอบพลีหัวใจมอบให้เหมือน
จะขยันแปรงฟันมันทุกเดือน
มิแชเชือนอาบน้ำไม่ข้ามปี

------------ลานเทวงา๔๙-----------

 

เถอะที่รัก
  อบอุ่นนักยามนี้ที่เคียงใกล้
ถึงกลิ่นตัวจะเหม็นไม่เป็นไร
ฝากหัวใจมอบกองให้น้องนาง

  ดื่นแสงดาวพราวพร่างกลางห้วงนภ
เสียงตดกลบความกังวลที่หม่นหมาง
พญานาคเลื้อยเห็นเป็นรอยทาง
ทำบ่วงวางจับไว้มอบให้เธอ

  แลหมาน้อยขี้เรื้อนเป็นเพื่อนเหงา
ต้องช่วยเกาเพราะมันคันเสมอ
เหมือนหัวใจที่มาสบมาพบเจอ
ทำเอาเพ้อนอนฝันคันทั้งตัว

  หากได้อิงพิงแอบแนบหนุนตัก
นอนให้ควักขี้ตาหาขี้หัว
จะลั่นฉิ่งลั่นฆ้องกลองระรัว
ให้รู้ทั่วพาราว่าข้ารัก
---------ลานเทวา๔๙---------

ฝากสายลมโชยผ่านไปบ้านเจ้า
ขอเซ็นเหล้าที่รักสักขวดหนึ่ง
มาดื่มเพื่อดับห่วงหาครารำพึง
ยามคิดถึงนวลพักตร์รักสุดใจ

    ถนอมศักดิ์รักแล้วดั่วแก้วเหล้า
แก้วรักเราแลร้าวแล้วสิ้นแววใส
แล้วจะหยิบโซดามาทำมัย
ยังไม่ไปเปลี่ยนแก้วแล้วมาเติม

    ไม่รักน้องปองใจรักใครเล่า
ที่พี่เมามิเว้นวางเพื่อสร้างเสริม
เพราะยิ่งเมาพี่ยิ่งรักมากกว่าเดิม
ขอเซ็นเพิ่มอีกสักแบนพี่แสนรัก

   ไม่บ้าเมาสุราก็บ้าหลง
นุชอนงค์หนึ่งในใจตระหนัก
ยามมึนเมาเฝ้าพะวงหลงนวลพักตร์
ถูกใจนักยามเจ้าด่าช่างน่าแล

----------ลานเทวา๔๙-----------

มีความรักบ้าบ้าเอามาฝาก
แลหลายหลากความบ้าคนน่ารัก
จะมีใครเมียงมองมาปองปัก
มอบใจภักดิ์คนบ้าเช่นข้านี้

  จะสอยเดือนดารามามอบนุช
จะคอยฉุดลากเจ้าไปในทุกที่
มาเฝ้าเติมรักล้นให้คนดี
จะพัดวีริ้นไรมิให้ตอม

   จะกัดหมาถ้ามันเห่าเจ้านวลขวัญ
ทุกคืนวันจะอิงแอบแนบถนอม
ให้เข็นครกลงเขาเราก็ยอม
ทั้งใจพร้อมพลีไว้ให้แด่นวล

--------ลานเทวา๔๙---------
ช่างชื่นในชีวาคนบ้านัก
กับความรักที่แอบอิงพักพิงฝัน
จักถนอมเอาไว้ในคืนวัน
ซื่อตรงมั่นเพียงเจ้าดุจเงารัก

   ยามจะเมาเจ้ามากล่อมพร้อมรินให้
ยามเจ็บไข้ใจซ่านอาการหนัก
ยังได้เจ้าเฝ้าอาทรอ่อนหวานนัก
วางใจภักดิ์มอบไว้ในชีวี

   ไม่รักนุชที่สุดภักดิ์รักใครเล่า
ยังเพียงเจ้าเคียงกายมิหน่ายหนี
พร้อมก้าวสู้ทุกหนกับคนดี
รักข้ามีเพียงเจ้าเป็นเงาใจ

   ขอยืมตังกี่ครั้งไม่เคยบ่น
เมาไม่กลับกี่หนมิเคยไล่
ยังคงเฝ้าเอ็นดูอยู่ร่ำไป
สุขฤทัยคนบ้าอย่างข้านัก

--------ลานเทวา๔๙---------
ใต้แสงเดือนแจ่มฟ้าราตรีนี้
หาเหล้าดีไหนกลบลบหมองหม่น
ยังแต่ความสิ้งหวังให้กังวล
ใจทุกข์ทนดวงนี้มีใครรัก

     เป็นคนบ้าหน้าซื่อดื้อไปนิด
อยากเคียงชิดสาวใดไหนประจักษ์
เพียงพบพานผ่านเลยเคยทายทัก
กลับต้องหักห้ามใจให้ลืมเลือน

     อยากมีรักอีกหนจนปัญญา
แม้นแต่หมายังมองเมินเดินหนีเกลื่อน
ยังแต่ความโศกเศร้าใต้เงาเดือน
กับเซี่ยงซุนเป็นเพื่อนพอได้เมา

----------ลานเทวา๔๙-----------

 

งามรุ่งแสงตะวันทาบทา

เพลงสกุนาพริ้วร่ายบรรเลง

งามแสงรุ่งปรุงฟ้า

กับการค้นหาตัวเอง

 

 

บนโต๊ะเครื่องแป้งแต่งหน้า

หลากสีสรรค์ให้เลือกฉาบทา

เริ่มต้นวันนี้เราจะแต่งสีอะไร

 

ในตู้เสื้อผ้า

มากมีราคาสวมใส่

วันนี้เราจะใส่สีอะไร

จึงจะงามวิลัยลวงตา

 

น้ำครำ สลัมเก่า

เด็กผมเผ้าแลยุ่งเหยิง

ยังชอบคุ้ยขยะระเริง

บันเทิงในซากสิ่งปฏิกูล

 

 เฉิดฉายสายแสงตะวันผ่อง

ฉันนั่งมองจนกระจ่างในบางสิ่ง

โลกนี้ไม่มีความจริง

เราแอบอิงสิ่งลวงถ่วงใจ

 

กวีก็เถอะ

วรรณกรรมเลอะเทอะบอกสดใส

เสียงความเป็นจริงทิ้งไป

ลวงเพียงอารมณ์โลมไล้ฉาบทา

 

เพราะความไม่รู้ในรู้

จึงหลอกให้ดูมีค่า

สดุดีแต่ภาพมายา

ผมเป็นแค่คนบ้าที่เขียนให้คุณอ่านไง......

-----------------------รำพันผ่าน ณ ลานเทวา 

 

 

เพลงของฉัน

มีความรักจากช่อกัญชา
มีความห่วงหาจากยาฉุน
มีความฝันจากควันละมุน
มีไออุ่นจากกายของเธอ

จากแววตาสวยใสคู่นั้น
ผูกพันรักมั่นเสมอ
มีเรื่องราวเมื่อคราวแรกเจอ
มีฉันมีเธอรักกัน

  มีสายลมพรมพัดเร้า
สองเราอิงแอบแนบฝัน
มีใจให้รักมอบปัน
มีควันอบอวนหวนมา

   ปรารถนาแห่งใจฝัน
ท่ามกลางกลิ่นควันอันโหยหา
ท่ามกลางรอยยิ้มและน้ำตา
ท่ามกลางกลิ่นกัญชาเมามาย

  จากสายตาสวยใสคู่นั้น
ยังผูกพันรักด้วยความหมาย
แม้นล่วงเลยลาลับกลับกลาย
ยังมิหายจากความทรงจำ

---------ลานเทวา ฯ ---------

 

จะมีใครสักกี่คน

กล้าเย้ยหยันความผิดพลาด

ปรับเปลี่ยนเป็นบันได

ไต่เต้าขึ้นสู่

ความถูกต้องสมบูรณ์

 

พระเจ้าอาจจะเห็นแก่ตัว

ที่พร่ำบอกให้ทุกคนทำความดี

โดยไม่คิดที่จะเอาความชั่วมาแสดง

 

ยามนั้นความดีงามพลุกพลาน

ด้วยการเอาความชั่วแอบซ่อนไว้

หรือมีใครเล่าทำลาย

ให้มันกลับกลายเป็นความดีงามโดยแท้จริง

 

พระเจ้าหลับไหล

ปล่อยให้ยะถากรรมเป็นมรรคาแห่งชาวชนผู้โง่เขลา

 

 

จนวันหนึ่ง

วันที่หัวแม่ตีน ได้ไปสะดุดกับเหลี่ยมหิน

เลือดที่ไหลริน

มิใช่เลือดของพระเจ้านี่หว่า

 

 แล้วเรามาทำอะไรตรงนี้
??

คำถามที่มีขึ้นในใจ ตรงนั้น

ฟังเถิดเสียงจากสวรรค์

มันรำพึงรำพัน

อยู่ภายในใจ เรานี่เอง

 

โอ้หนอ
??

 

------------------------รำพันผ่าน  ณ ลานเทวา 


สวัสดี ความรักที่มนุษย์พึงมีให้กัน
ไม่มีดอกไม้ชนิดใดที่จะเบ่งบานอีกแล้ว
หากใจเราไม่มีความรัก.........

  เสียงปืน และระเบิด ที่เกิดขึ้นทุกวัน
นั่นอาจเป็นเสียงสดุดีพระเจ้าของผู้กระทำก็เป็นได้
ความงดงามแห่งความความตาย
คงสร้างความพึงพอใจให้แก่พวกเขาเหล่านั้นมิน้อย
เพราะความสงบมิใช่ความสุข
รอยยิ้มแห่งความสูญเสียคงมีดอกนะ
ระรื่นไปเถอะ นรกเอ๋ย........

   มองเถอะดูเอาเถอะ
ความเลวร้ายที่มันกระทำต่อแผ่นดินและเพื่อนมนุษย์
เหมือนมันสิ่นแล้วในความเป็นคน
ความต่ำทรามในจิตใจและสมองของมันเหล่านั้น
ปรารถนารู้เพียงฆ่าทำร้าย และทำลายแค่นั้นเองหรือ ?
น่าชื่นชมแท้........


ขอบคุณพระเจ้าด้วยที่ช่วยสรรค์สร้าง
ความชั่วช้าเลวทรามได้อย่างเป็นรูปธรรม
ขอบคุณ

 

สวัสดี
มัจจุราชผู้โง่งม

  นอกจากท่านไม่มีสมองแล้ว
ท่านยังไม่มีตา


   ข้าเชื่อนั้น

เพราะท่านไม่เคยแยกแยะเลย
ในการที่จะพรากชีวิตของผู้คน
ท่านเป็นแต่ยัดเยียดความตาย
แค่นั้นเอง
ความดีงามอย่างอื่น
ท่านคงทำไม่เป็นดอก

ข้าเชื่อเช่นนั้น

และไม่นาน
เราได้คงพบกัน

         สวัสดี

 

สู่นคราธรรมประทีป

เจียระไนวสุธรรม

วีรบทเบื้องอติยพลภาค

คำภีร์แห่งศานติ

แด่ผู้โง่เง่า

เขลาขลาดและหวาดกลัว

สดุดีความงมงาย

 

ที่โสมมไม่มีใดโสมมเท่าใจ
ที่งามผ่องใสก็อยู่ที่ใจที่โสมม


คมคำคำคมคนค่อนแคะ
หรือควรข้องแวะในคำคน



เสียงปรารถนาที่ปวดร้าว
ในเรื่องราวที่ คน ใคร ไม่อยากเห็น

 

หญิงชราตาฝ้าฟาง
ย่ำย่างโดยมีหลานตัวน้อยคอยนำ

ลูกสาวเผิ่นไปมีผัว แล้วเอาหลานมาทิ้งให้
โดยมิเคยส่งเสีย
เธอหายลับไปกับสามีคนที่สี่อย่างไร้วี่แวว

สองยายหลานซมซานขอเขากินไปเรื่อย
ตามประสาคนทุกข์


ฉันนั่งร้องคาราโอเกะจิบเบียร์เคล้านารีสุขนัก

หญิงสาวหน้าใสวัยละอ่อน จากบ้านมาเป็นเด็กคาราโอเกะ
เพราะที่บ้านยากจนโดยสันดาน

แต่ที่ใจส่วนลึกนั้นเพียงแค่อยากแต่งหน้าสวยๆ
แต่งตัวสวยๆ มีเงิน และโทรศัพย์มือถือใช้

เธอสนุกกับนักท่องราตรีไปเพียงวันๆ


ที่มุมไฮโซ

ลูกสาวชาวชนชั้นไฮโซแต่งตัวหรูเลิศ
ระยิบระยับประดับของแพง

เดินมานั่งเพียงเพื่อสั่งอาหารแพงๆ ยัดห่า
เฟอนิเจอร์และเสื้อผ้าของเธอแพงระยับ
เพราะแบร์นเนม

บนโต๊ะอาหารของเธอมากมายเหลือเฟือด้วยของแพงๆ
ที่เธอสั่งมาประดับโต๊ะมากกว่ากิน


ฉันเดินออกจากคาราโอเกะ
แวะร้านค้า ซื้อเบียร์อีกหกกระป๋องเอาไว้กินก่อนนอน

กินให้เมาหลับไปกับความแตกต่างที่เห็น

หยิบเอาดวงดารามาแกล้มเหล้า
หยิบความเหงาไปแต่งฟ้าราตรีฝัน
ใส่น้ำแข็งโซดาผสมกัน
แล้วหยิบจันทร์บนฟ้ามาเคลียคลอ

ร่ายบทเพลงแห่งราตรีที่ลานเทพ
สุขที่เสพใช่หรูเลิศที่เกิดก่อ
สรรพบทแห่งน้ำจัณฑ์ฝันพะนอ
ยังคอนรอคนรักมาทักทาย

แต่เหมือนเธอจะซ่อนไกลในกลีบเมฆ
เกินจะเสกมนต์ซึ้งตรึงใจหมาย
สุขแต่ฝันที่ปลอบปลุกอยู่ทุกภาย
ใจเดียวดายหวังเพียงชื่นมายื่นชม
-----------------------รำพันผ่าน ณ ลานเทวา

 

ตื่นเช้า
เอาน้ำมะพร้าวล้างหน้า
สลักคราบมึนเมาในชีวา
แสวงหาสัจธรรมในคำภีร์

ตื่นสาย
เพราะเมื่อคืนวุ่นวายกับแสงสี
เดินเข้าวัดไปสร้างความดี
แล้วย้อนกลับไปหาโสเภณีที่ซอยเดิม

ตื่นแล้ว
ไร้วี่แววความดีเพิ่ม
พบแต่มึนเมามัวที่ตัวเติม
พระสัทธรรมเริ่มสำแดงธรรม

หลับเถอะ
หลับจากสิ่งเลอะเทอะที่ถลำ
หลับไปชดใช้กรรม
เพื่อแสดงความจริงย้ำตามคำภีร์

--------------------------

 

 --------------------------ลานเทวา๔๙ --------------------------






















Google