…ลำนำเถื่อน จากเรือนถ่อย …

แด่ไอ้แม้ว และสมุนลูกหมา
รวมถึงไอ้พวกควายที่เป็นบริวารทั้งหลาย
เข้าชมทักษิณร้องเพลงได้ที่นี่
เถอะไอ้พวกถ่อย

มันไล่ต่อยคนแก่

มันรังแกผู้หญิง

มันไม่ใช่คนจริง

ดูสิสิ่งที่มันทำ


มันน่าดูแคลน

มันแสนระยำ

ทั้งผู้ตามผู้นำ

มันตกต่ำในหัวใจ


ทุเรศประเทศแท้

ยังยิ้มแปร้ไม่แก้ไข

เขาขับกลับไม่ไป

เขาไล่เสือกไม่ลา


สมองมันมีรึเปล่า

หรือมันโง่เง่าไร้การศึกษา

ด็อกเตอร์มันได้แต่ใดมา

ไม่มีจรรยาในหัวใจ


-------ลานเทวา-------
 
 
รวมกลอนกวี
ชุด
ใต้ฟ้า  ตุลาคม
โดย  โต้ง  ภูตะนาว ฯ
..................................................

ตุลาคม ที่สายลมคือคำตอบ




ดุจสายลม พรมแผ่ว แล้วลาลับ

ทิ้งประทับ ผิวผ่าน พอซ่านขน

ดั่งบทเรียน เขียนใจ ไหวกังวล

พอทุกข์ทน ผ่านลด ทิ้งบทเรียน


กี่ตุลา ผ่านพ้น ได้ค้นพบ

กี่ซากศพ เลือดกรีด มาขีดเขียน

กี่ผู้นำ ระยำคน ที่วนเวียน

กี่แสงเทียน ส่องทาง สว่างใจ


หรือไม่เคย จดจำ มาย้ำคิด

จึงพลั้งผิด พลั้งเลว จนเหลวไหล

กี่บทเรียน เขียนวาด เป็นชาติไทย

ศพของใคร ที่ถมซ้ำ เป็นตำรา


อย่าเป็นเพียง สายลม ที่พรมผ่าน

ไปกับกาล เลยล่วง ไร้ห่วงหา

สรรพสิ่ง ทิ้งไว้ ในเวลา

คราบน้ำตา หนก่อน ยังย้อนจำ


ใช่พ้นผ่าน พานพบ แล้วจบจาก

อันใดฝาก ให้ทรวง ล่วงถลำ

ที่พลัดพราก จากหาย หรือหมายกรรม

การกระทำ ชี้สร้าง หนทางคน


ณ ราตรี สีเลือด ดาวเหือดฟ้า

แสงจันทรา หม่นโศก วิโยคหน

ลมโชยพัด ความขัดแย้ง มาแบ่งชน

บ้านเมืองวน สู่แดนเถื่อน มิเลือนจาง


คลื่นคนย่ำ ดำเนิน เผชิญศึก

ให้ร้าวลึก อยู่ใน ใจหม่นหมาง

ด้วยความคิด ผิดหน คนละทาง

มิปล่อยวาง ทิฐิ ดำริตรอง


ต่างยื้อแย่ง แข่งขัน เข้าปั่นปลุก

บนความทุกข์ ชาวชน หน้าหม่นหมอง

ไร้แสงธรรม นำรู้ สู่ครรลอง

ด้วยต่างปอง อำนาจ จึงฟาดฟัน


เถอะสหาย ของเรา ดูเอาเถิด

อันใดเกิด แด่ชาติ สุดคาดฝัน

ไม่ยอมหยุด หันหน้า เข้าหากัน

ไม่ยืนยัน ในสันติ วิธีการ

-----------ลานเทวา------------

..................................................
คำตอบจากสายลม


สามสิบปี ที่ย่างย่ำ ไร้คำตอบ

ในเขตขอบ แห่งคุณงาม ตามวิถี

รั้งแต่ชั่ว เลวร้าย รายราวี

ให้ชีวี เศร้าหมอง ในคลองธรรม


จากแนวป่า แนวพง ใจคงมั่น

แม้นคืนวัน หมุนเปลี่ยน เวียนถลำ

มิเคยเลือน ความลำบาก ที่ตรากตรำ

ยังจดจำ เหตุการณ์ ที่ผ่านลา


การต่อสู้ มิเคยสิ้น แผ่นดินนี้

ภาระที่ ท่วมท้น ต้องค้นหา

เฝ้าติดตาม สามสิบปี ที่ผ่านมา

เห็นคุณค่า ใดแจ้ง เติมแต่งใจ


ยังแต่เพียง เสียงเพลง บรรเลงร้อง

เป็นภาพฟ้อง ความทุกข์ ยุคสมัย

เสียงหนุ่มสาว ผันแปร แลเปลี่ยนไป

ความวิไลย์ กลืนกิน แทบสิ้นแนว

----------ลานเทวา๔๙------------



..................................................



อดีต ปัจุบัน อนาคต

นกสีเหลือง ลาหาย ล่วงตายลับ

พิราบขาว ยินสดับ น้ำตาไหล

เจ้ายูงทอง วิโยค เศร้าโศกใจ

เลือดของใคร ทาทาบ อาบแผ่นดิน


สองมือเปล่า เจ้ารนดิ้น ก่อนสิ้นจาก

ทิ้งมอบฝาก หัวใจ ให้ถวิล

เลือดเสรี ที่ปอง ต้องหลั่งริน

หรือจะสิ้น ลับแล้ว ในแนวทาง


เสียงปืนลั่น ร่างร่วง ลับห่วงหา

แลสิ้นค่า สิ้นไร้ ไปทุกอย่าง

แต่ความแค้น ที่แน่นอยู่ มิรู้จาง

สุดจะวาง ปล่อยเฉย หรือเลยลา


เถอะพี่น้อง ผองเพื่อน ในเรือนมิตร

แลทางทิศ ที่หมายดล การค้นหา

ไม่เสียดาย อันใดดอก ในชีวา

หากประชา เป็นสุข สิ้นทุกข์ตรม


จะตายสิบ เกิดแสน ในแผ่นผืน

จะหยัดยืน ทายท้า ผู้มาข่ม

เสรีภาพ ที่หยิบยื่น จงชื่นชม

ดับระทม ในแผ่นดิน ตราบสิ้นใจ

-------------ลานเทวา๔๙------------



..................................................


พลังชน



ประชาชน คนกล้า ท้าอำนาจ

ทรราช ด้านดื้อ ถือสิทธิ์เสียง

พลังเงียบ สงบใจ ไร้สำเนียง

ความเอนเอียง จึงอวดชั่ว อยู่ทั่วไป


เมื่อความเลว ความชั่ว กลั้วเกลือกกลิ้ง

เมื่อความจริง หลบเร้น เป็นสาไถย

จะหาตาม ความดี จากที่ใด

ยังแต่ใจ มึนงง เดินหลงทาง


ที่เรียกร้อง มองหาย อย่าหมายเห็น

ที่อยู่เป็น จึงตรึกตรอง อย่างหมองหมาง

ความเลวชั่ว เห็นทั่วไป ไม่เคยจาง

ยังจะอ้าง ความชอบธรรม มานำตน


ประชาชน คนกล้า ท้าอำนาจ

ทรราช โกงกิน สิ้นเหตุผล

เที่ยวปิดหู ปิดตา ประชาชน

ให้หลงกล เล่ห์ร้าย หมายลวงตา


ที่ศึกนี้ ยืดเยื้อ นั้นเพื่อใคร

ตอบจากใจ ตามจริง ในสิ่งหา

สู้ครั้งนี้ พลีเอื้อ เพื่อประชา

ที่ร่วมมา ทวงทรัพย์สิน แผ่นดินไทย


เพื่อปกป้อง เดชา มหากษัตริย์

เพื่อขจัด พวกเลวทราม ความเหลวไหล

เพื่อแสดง พลังชน บนประชาธิปไตย

เพื่อหัวใจ เสรี พี่น้องเรา

----------ลานเทวา-----------



..................................................




หาคำตอบจากสายลมเช่นกัน



พวกกูมา หาถาม ความถูกต้อง

พวกมึงจ้อง จับผิด บิดเบือนหน

พวกกูมา สานสร้าง สู้อย่างคน

พวกมึงจน สิ้นอับ กลับไปมา


ไม่สร้างสรรค์ ใดดี อย่างที่เอ่ย

เหมือนไม่เคย จริงใจ ในปัญหา

แลเลอะเลือน เบือนบิด ผิดราคา

ยังจะมา อวดโอ่ อย่างโง่งม


เถิดพี่น้อง ตรองเถิด ให้เกิดรู้

ที่เป็นอยู่ ในคืนวัน อันขื่นขม

ใครอ้วนพี ใครมีสุข ใครทุกข์ตรม

ใครยังจม ในงี่เง่า ไม่เข้าใจ


เสียงไล่ขับ สดับก้อง เต็มสองหู

ยังด้านอยู่ ด้านทำ ระยำไหม

ยังโอนเอน เบนเบี่ยง เถียงร่ำไป

ผู้นำใคร กันหว่า ช่างหน้าทน


พวกกูมา หาถาม ความถูกต้อง

แต่มึงจ้อง จับผิด บิดเบือนหน

เล่นป้ายขี้ เหม็นอับ สัปดน

ผิดผู้คน ที่ทำ ผู้นำใคร


เอ็งออกไป เสียที่ ชาติดีแน่

อย่าคิดแต่ สร้างกรรม ทำเหลวไหล

เสียงสาปแช่ง แรงร้อน สะท้อนไกล

แต่เหตุใด มิรู้สึก สำนึกตัว


กี่คำถาม ถามย้ำ ไร้คำตอบ

กี่ตรวจสอบ ที่หลีกเร้น ไม่เห็นหัว

กี่แสนคน มาไล่ขับ จึงกลับตัว

กี่ความชั่ว ที่ทำ ซ่อนอำพราง

----------ลานเทวา----------


..................................................




อุดมการณ์สื่อ



ปากกากู ผู้ถือตรง ดำรงค์สัจย์

จะสบัด ถ้อยแสดง แจงความหมาย

บนพื้นฐาน ความจริง สิ่งไม่ตาย

แม้นชีพวาย ยังหยัดถือ สื่อมวลชน


จักสื่อสาร ผ่านอักษร สะท้อนเรื่อง

ชาติบ้านเมือง ตามความจริง ทุกสิ่งผล

แม้อำนาจ ชั่วช้า มารานรน

จะสู้ทน ก้าวต่อ ไม่ท้อใจ


มีปากกา ในมือ ไยถือนิ่ง

เขียนความจริง ออกมา อย่าสาไถย

อุดมการณ์ คนสื่อ ถือด้วยใจ

อำนาจใด หรือจะเสี่ยง เสียงมวลชน


ขอท้าทาย ความระยำ อำนาจชั่ว

คุกคามทั่ว แผ่นดิน ทุกถิ่นหน

ความอัปรีย์ ที่มึงทำ ระยำกล

รังแกคน ทั่งแดน ให้แค้นใจ

--------ลานเทวา---------



..................................................




บาดแผล



เสียงใจครวญ หวนแผ่ว ดังแว่วว่า

ปรารถนา ที่ดำรงค์ ยังสงสัย

การต่อสู้ พ้นผ่าน ตำนานไพร

เหลือสิ่งใด แทนค่า ตุลาคม


ภาพอดีต กรีดเฉียน ใช่เบือนบิด

หลายชีวิต ผันแปร แลขื่นขม

ที่ตายทิ้ง กลางป่า น้ำตาตรม

ที่สิ้นลม กลางเมือง ยังเคืองแค้น


อนุสาวรีย์ ชูเชิด จะเกิดได้

ต้องสิ้นใจ มอบพลี อีกกี่แสน

เสรีภาพ ที่ถวิล ในดินแดน

ต้องแลกแทน ด้วยชีวิต ถูกผิดใด


กี่บทเรียน เวียนวาด ใช่พลาดพลั้ง

ความชิงชัง เกิดก่อ เติมต่อใหม่

เพราะอำนาจ ผิดผล คนจัญไร

ประชาธิปไตย ห่วยแตก เลือดแลกมา

-------------ลานเทวา๔๙---------------



..................................................




เยาะเย้ย



ฝากลำนำ คำเสนาะ มาเยาะหยัน

เป็นถ้อยสรรค์ สร้างประเด็น ไว้เล่นหัว

เมื่อการเมือง การมุ้ง ยุ่งกันนัว

แต่ละตัว อวดอ้าง ไร้ยางอาย


ทั้งผู้นำ ผู้ตาม ในยามนี้

ยากหามี ใดเห็น เป็นจุดหมาย

ยังแต่ความ ดิ้นรน วนวุ่นวาย

วิ่งซื้อขาย อำนาจ ชาติประชา


หลอกคนจน คนโง่ อย่างโอหัง

ด้วยคิดหวัง เสียงคะแนน แสนด้านหนา

เลือกเอาคน งี่เง่า เข้าสภา

ปล้นประชา ปล้นชาติ อนาถใจ


อัปรีย์แล้ว ในแนวอ้าง ที่สร้างก่อ

หวังเติมต่อ ความเลว ความเหลวไหล

จะกลับมา โกงชาติ อุบาทว์ใจ

ความจัญไร เต็มหัว ชั่วเกินคน


ทั้งฝ่ายรัฐ ฯ ฝ่ายค้าน สันดานเก่า

คิดแต่เอา ผลประโยชน์ อย่างโฉดฉล

ไม่เคยเห็น ความลำบาก จากชาวชน

ที่ลำบน ทุกข์เข็น ลำเค็ญใจ


สารพัด ดัดจริต การคิดคด

ทั้งโป้ปด ลวงตา โครตสาไถย

คนตุลา กลายพันธุ์ ก็จัญไร

หลงดีใน ความชั่ว จนมัวเมา


สหายทราม ยามนี้ หมาดีกว่า

อุดมการณ์ เอ็งล้า เพราะเงินเผา

รับใช้คน หูตา ปัญญาเบา

ตามเป็นเงา คนอุบาทว์ อนาถใจ


เสียแรงเคย ร่วมสู้ อยู่กลางป่า

รอดออกมา เป็นอย่างงี้ อัปรีย์ไหม

รู้อย่างนี้ กูยิงขว้าง แต่กลางไพร

จักสบาย หัวใจ กว่านี้แน่

----------ลานเทวา๔๙----------

แด่ สหายตุลา กลายพันธุ์


..................................................




กติกา


กติกา กำหนด เพื่อปดโป้

เป็นช่องโง่ งี่เง่า เอามาเอ่ย

กติกา ไม่ตรงทาง เหมือนอย่างเคย

อย่ามาเปรย ให้เสีย กติกา


อันกฏเกณท์ เวรกรรม ในธรรมะ

แพ้ชนะ ใช่กำหนด ด้วยยศถา

อีกหนทาง ดีชั่ว ที่ตัวพา

กติกา ใดย้อน สะท้อนตน


ความสง่า ในวิถี คือดีชอบ

เป็นคำตอบ ให้จิต ไม่ผิดผล

กติกา ใดอ้าง ให้ย่างยล

กติกล โกงอยู่ รู้ทั่วกัน


เมื่อผิดรูป ผิดแบบ ที่แอบอ้าง

จงโยนขว้าง ทิ้งไป ไม่เสกสรรค์

กติกา ไม่เทียง จงเลี่ยงมัน

เปิดทางตัน เป็นช่อง ให้ผองชน


พอเถอะวะ กติกา บ้าอำนาจ

มันเกินขาด เห็นอยู่ ดูไร้ผล

กติกา เลอะเลือน บิดเบือนกล
ลวงชาวชน ทั้งประเทศ ทุเรศใจ

-----------ลานเทวา-------------

ฝากบทกลอน สะท้อนใจ ใครคนหนึ่ง

คนที่ซึ่ง เคยบอกรัก ชาตินักหนา

ห้าปีผ่าน พานพบ ลบเลือนตา

สิ้นราคา หมดแล้ว ในแนวยล


ยังจำมั่น สัญญา ในคราก่อน

เสียงยังย้อน อยู่ใน ใจหมองหม่น

ห้าปีล่วง เลยผ่าน สันดานคน

กลับมากกล เลห์โกง ไม่โปร่งใจ


ลืมสัญญา คนจน เมื่อหนเก่า

มิเห็นเงา ผู้แจ้ง แถลงไข

หรือแค่มา หลอกคน ขนเสียงไป

แจกแจกให้ แล้วก็ลา ไม่มาแล


ไปหลงบ้า อำนาจ ขาดสติ

การดำริ สร้างก่อ ล้วนตอแหล

จากรักชาติ เป็นขายชาติ อนาถแล

ไยถึงแปร เปลี่ยนไป หนอใจคน


จนสิ้นค่า ในวันนี้ ความดีชั่ว

เห็นอยู่ทั่ว แผ่นดิน ทุกถิ่นหน

คือเสียงแช่ง เสียงด่า ยังหน้าทน

ประชาชน ไล่ขับ ไม่อับอาย


ยังตอแหล แก้ตัว มั่วไปหมด

หวังบังบด  เบือนผิด ตามคิดหมาย

จนสามหน่อ อย่างหนา พากันตาย

ให้วุ่ยวาย ทั้งเมือง น่าเคืองใจ

------------ลานเทวา------------


เอามาฝาก จาก ภูตะนาว ฯ

เป็นของเก่าที่เขียนในดาร์คนิวส์ คมชัดลึก

ตอนเริ่มชุมนุมไล่หน้าเหลี่ยมกันใหม่ๆ

เขียนกันจน เวปโดนสั่งปิดไปแล้ว

แต่ความคิดของกระผม คงปิดยาก ขอรับ

สวัสดีครับ


























Google