…ลำนำเถื่อน จากเรือนถ่อย …

กล่อมเดือน กล่อมดาว กล่อมใจ

 รติกาลจักผ่านพ้น
ยังสับสนมิห่างหาย
อยู่เดียวเปล่าเปลี่ยวกาย
สุดคิดหมายอันใดมี

 

‘’ ดาวเอ๋ยดาว เจ้าหนาวไหม ? '’

ใจเอ๋ยใจ ร้าวเจ็บ แสนเหน็บหนาว

ฟ้าเอยฟ้า  ฟ้ามีเพื่อน คือเดือนดาว

หนาวเอยหนาว  อยู่ใน  ใจข้านี้…………..

  ใครกัน ที่ปั้นดาวไว้พราวฟ้า
ใครหนอวาดเมฆาสีนวลขาว
ใครแต้มสีจันทรามาผ่องพราว
ใครผูกแต่งเรื่องราวแห่งราตรี

  ฉันนั่งมองดาวไสวในคืนค่ำ
ฉันดื่มด่ำความสงบกลบแสงสี
ฉันเปลี่ยวเหงาอ้างว้างกลางฤดี
ฉันนั้นมีแต่ดาวเดือนเป็นเพื่อนนอน

  เห่กล่อมดาวที่พร่าวฟ้าคราโดดเดี่ยว
พร่ำบอกโค้งเดือนเรียวช่วยเกี่ยวถอน
ความว้าเหว่ที่เร่คว้างกลางอาวรณ์
เป็นอาทรอ่อนไหวในนิรันด์

   จะหลับฝันปั้นฟ้าชื่นรื่นสุขขี
ระบายสีคืนค่ำนำสุขสรรค์
กอบเมฆนวลที่หวนฟ้ามาบังจันทร์
ซ่อนคืนวันที่โศกาให้ลาเลือน

    ขับลำนำกล่อมดาวอันพราวพร่าง
ให้สิ้นความอ้างว้างที่กล่นเกลื่อน
ซับน้ำตาหม่นหมองของดวงเดือน
เฝ้าเป็นเพื่อนกล่อมฟ้าทุกราตรี

   หนาวมั้ยดาว ?
ยามสายลมพัดผ่าวในคืนนี้
เพลงน้ำค้างพร่างพฤกษามวลมาลี
หอมจำปีแซมลั่นทมยามลมพา

    หลับเถอะนะเดือนดาว
ยามเมฆขาวเคลื่อนครอบรอบเวหา
หลับเถอะนะเจ้าดวงดอกดารา
ชวนจันทราพักผ่อนนอนฝันดี

————–ลานเทวา—————-

กล่อมดิน
 พร่างพเยียแจ่มลานบานสดใส
พริ้วลมไกวโชยกลิ่นระรินหวน
แช่มชื่นทิพย์บุษบันหอมรัญจวน
เคล้าโคลงครวญกล่อมดินถวิลรัก

 

   อุทกธารผ่านรินแผ่นดินฝัน
ล่วงคืนวันเลยเห็นเป็นประจักษ์
งามแผ่นดินงามหัวใจให้ความรัก
ผูกสมัครสมานไว้ในธานินทร์

   ถนอมรักผูกพันธ์สรรค์สร้างสุข
ดับความทุกข์รันทดให้หมดสิ้น
ความดีงามจักปลอบปลุกทุกชีวิน
ธารรักรินชื่นสดใสในมรรคา

   รวิผ่องอำไพใสกระจ่าง
กาลเดินทางเวียนวาดปรารถนา
แผ่นดินนี้มอบสิ่งใดให้เรามา
กี่ลืมตาตื่นเห็นในแผ่นดิน

    หลับเถอะนะแผ่นดินยามสิ้นแสง
เจ้าอ่อนแรงในเวลาอันบ้าบิ่น
มนุษย์มันมิเคยซื่อดื้อเกินยิน
พร่าผลาญสิ้นทุกอย่างบนทางพา

   รู้ว่าเจ้านั้นเดือดยามเลือดหลั่ง
กี่ร่างฝังฝากกลบซบห่วงหา
รู้ว่าเจ้าเฝ้ารับซับน้ำตา
วันเวลาแร้นแค้นหนอแผ่นดิน

    เจ้าโอบอุ้มชีวิตที่ผิดพลาด
ธรรมชาติแห่งเจ้าเข้าใจสิ้น
อีกไม่นานในกาลลับดับชีวิน
ข้าจักคืนกลับไปเป็นของแผ่นดิน………ตราบนิรันด์

———–ลานเทวา———–
กล่อมขวัญ
 เหงามั้ย ?…….คนดี
ท่ามกลางราตรีอันห่วงหา
ใครหนอปล่อยให้เจ้าเหงาเอกา
ใต้แสงเดือนดาราอันโศกตรม

 

    ท้อหรือไร?…….ใจเจ้า
หรือว่าเศร้าอาลัยเกินใจข่ม
แลรวดร้าวหนาวเหน็บเจ็บอารมณ์
เจ้าระทมสิ่งใดในคืนวัน

    ขอเจ้าจงซับน้ำตานิทราเถิด
สิ่งที่เกิดล้วนเปลี่ยนแปรแลผกผัน
ทุกข์สุขใดพบพาให้จาบัลย์
อย่ายึดมั่นยึดติดลวงจิตใจ

    ยังมีฉันเป็นเพื่อนในเรือนฝัน
คอยแบ่งปันไมตรีที่ยิ่งใหญ่
แม้นความจริงจะปวดร้าวเหน็บหนาวใน
ขอมอบไออุ่นเอื้ออิงเนื้อนวล

   จงหลับตาตัดอาลัยในความคิด
ที่พลาดผิดก่อนเก่าอย่าเฝ้าหวน
ยังมีค่ำคืนฝันที่รัญจวน
ให้ชื่นชวนเชยสุขทุกราตรี

    ร้อยดาวเดือนเป็นเพื่อนใจในคืนค่ำ
ฝากลำนำอ้อนรักเป็นสักขี
เหนื่อยมามากพอแล้วนะคนดี
ฉันคนนี้จะเฝ้าภักดิ์รักนิรันด์

  หลับตาเถอะนะ…….ที่รัก
หลับนอนพักผ่อนพิงอิงใจฝัน
จะร่ายกลอนกล่อมเจ้าใต้เงาจันทร์
มิห่างหันเร่ร้างไปห่างไกล

   เหนื่อย……เจ้าหนักพอแล้ว
โอ้ขวัญแก้วขอเธอจงหลับไหล
ทุกราตรีจะคอยเฝ้าเป็นเงาใจ
กล่อมเธอให้สุขนิรันด์หลับฝันดี

———–ลานเทวา————

กล่อมรัก

 

 หวานถ้อย……..พร่ำรำพัน

 

ชื่นชีวัน……………อบอุ่นใจ

อิงแอบ…………….แนบซึ้งนัย

ซ่านทรวงไหว………เพ้อรำพึง……

  อุ่นไออกกกกอดยอดเดือนเสี้ยว

กอบเก็บเกี่ยวรักไว้กับใจฝัน

อิงอุ่นไอไหวชื่นรื่นชีวัน

อาบรักปันอาทรออดอ้อนใจ

  เฝ้าถนอมกล่มขวัญในวันโศก

ยามวิโยคย้ำย้อนอาวรณ์ไหว

มิเคยเลือนลบพรากไปจากไกล

ถนอมไว้เท่าชีวันขวัญชีวี

   โศกอันใดไหนเล่าในแหล่งหล้า

ถึงน้ำตาเกลื่อนกล่นไหลล้นปรี่

เหงาหัวใจในหนหรือคนดี

โปรดถนอมไมตรีที่มอบภักดิ์

   อย่าอาลัยอาวรณ์บั่นทอนจิต

ให้ชีวิตระทมร่วงจมปลัก

ยังมีมิตรเคียงข้างสร้างความรัก

ผูกสมัครมอบไว้ด้วยใจจริง

    ชื่นความงามแห่งใจให้เติมแต่ง

รักคือแรงมอบวางสร้างทุกสิ่ง

มาเถิดขวัญมาอิงแอบมาแนบอิง

มาพักพิงใจเหงาใต้เงารัก

   จะถนอมเจ้าไว้ในอ้อมอก

จะป้องปกเจ้าไว้ให้ประจักษ์

ให้โลกรู้ความหมายที่ทายทัก

เฝ้าทอถักเติมแต่งด้วยแรงใจ

      เพราะว่าเจ้านั้นหรือคือทุกสิ่ง

คือความจริงที่หยาดหยดความสดใส

คือความงามแห่งหวังรั้งฤทัย

ที่ข้าน้อมนำไป…….สู้ชีวิต

————-ลานเทวา ————-

….กล่อมกาล……

 

 เพียงพานพบแล้วลบพราก

ทิ้งมอบฝากความหวั่นไหว

ผ่านพ้นบนทางใจ

สบสิ่งใดที่ตรึงตรา

    ล่วงผ่านไปไม่หวนย้อนสะท้อนกลับ

ที่อาลัยไหวสดับในห่วงหา

วัฏฏกาลผ่านผันวันเวลา

มอบคุณค่าความหมายมากมายมี

    จากร่องรอยแห่งกาลที่ผ่านพบ

มิอาจลบเลือนใดในวิถี

ตกตะกอนนอนตัวถมชั่วดี

ให้ชีวีคิดคาดวาดกันไป

       ละอองกาลผ่านพ้นใจวนว่าย

สิ่งที่หายลับลาหวนมาใหม่

ทุกข์สุขที่ท่วมท้นบนทางใจ

อยู่เช่นไรก็เช่นนั้นทุกวันคืน

      มิเคยแปรเปลี่ยนไปในชีวิต

ความถูกผิดที่เห็นใช่เป็นอื่น

สิ่งที่ใจมุ่งหวังมิยั่งยืน

รั้งแต่ฝืนชีวิตลิขิตทาง

      ฝากคำปลอบประโลมใจในคืนค่ำ

ลบเลือนช้ำกังวลที่หม่นหมาง

ปลอบสายลมที่พรมพามาจางจาง

ช่วยเบาบางความว้าเหว่วันเวลา

     ถนอมกาลแห่งรักไว้ให้คงมั่น

เทพช่วยสรรค์ใจวาดปรารถนา

ฝากเพลงเห่กล่อมใจในมรรคา

ช่วยนำพารักนี้ให้นิรันด์

———ลานเทวา———






















Google