.....นิราศร้างแรมรอนเร่จรย่าง ฯ.....
นิราศ ร้างแรมรอนจรไปทั่ว
บันทึกชีวิตยามตกอับ
โดย....โต้ง ภูตะนาวฯ (ลานเทวา)
......พร่ำอารัมภบท...........
ไม้ร่มนกจับจ้อง กินผล
มากมายหลายหมู่ดล เลือกได้
ไม้ล้มเงาหายหน นกห่าง ไปลา
แถมถ่ายมูลทิ้งให้ เน่าค้าง เคืองใจ
ยามพีเนื้อหอมให้ ยลงาม
พูดย่อมชนเห็นตาม เอ่ยอ้าง
ยามผอมเนื้อเหม็นนาม พาลเบื่อ นาพี่
เข้าช่องชนเลื่อนร้าง ไป่รู้ จักเรา
จำพรากจากถิ่นบ้าน เมืองนอน
ไปเร่พเนจร ทั่วหล้า
ค่ำไหนหรืออาวรณ์ วางแต่ง หลับใหล
ทั่วพื้นยามแรงล้า อ่อนอ้าง เอนนอน
โดดเดี่ยวเปลี่ยวจิตคว้าง พันตู
ไม่มีแผ่นดินอยู่ ห่างเหย้า
จึงจรเร่รนดู หนย่าง ไปนา
เมื่อสิ้นทางค่ำเช้า อยู่วัด ยังกิน
................ร่าย................
นิราศร้าง แรมรอน เร่จรย่าง
ไปตามทาง ไร้ที่สุด ไร้จุดหมาย
ไปเรื่อยเรื่อย เหนื่อยแล้วพัก พำนักกาย
ไม่วุ่นวาย ที่หลับนอน อาวรณ์ใด
ดั่งสายลม พรมใจ ไหวเอนอ่อน
เที่ยวเร่จร ไปมา นิราศรัย
กาลเล%
นิราศ ร้างแรมรอนจรไปทั่ว
บันทึกชีวิตยามตกอับ
โดย....โต้ง ภูตะนาวฯ (ลานเทวา)
......พร่ำอารัมภบท...........
ไม้ร่มนกจับจ้อง กินผล
มากมายหลายหมู่ดล เลือกได้
ไม้ล้มเงาหายหน นกห่าง ไปลา
แถมถ่ายมูลทิ้งให้ เน่าค้าง เคืองใจ
ยามพีเนื้อหอมให้ ยลงาม
พูดย่อมชนเห็นตาม เอ่ยอ้าง
ยามผอมเนื้อเหม็นนาม พาลเบื่อ นาพี่
เข้าช่องชนเลื่อนร้าง ไป่รู้ จักเรา
จำพรากจากถิ่นบ้าน เมืองนอน
ไปเร่พเนจร ทั่วหล้า
ค่ำไหนหรืออาวรณ์ วางแต่ง หลับใหล
ทั่วพื้นยามแรงล้า อ่อนอ้าง เอนนอน
โดดเดี่ยวเปลี่ยวจิตคว้าง พันตู
ไม่มีแผ่นดินอยู่ ห่างเหย้า
จึงจรเร่รนดู หนย่าง ไปนา
เมื่อสิ้นทางค่ำเช้า อยู่วัด ยังกิน
................ร่าย................
นิราศร้าง แรมรอน เร่จรย่าง
ไปตามทาง ไร้ที่สุด ไร้จุดหมาย
ไปเรื่อยเรื่อย เหนื่อยแล้วพัก พำนักกาย
ไม่วุ่นวาย ที่หลับนอน อาวรณ์ใด
ดั่งสายลม พรมใจ ไหวเอนอ่อน
เที่ยวเร่จร ไปมา นิราศรัย
กาลเล%








