
ดอกมะม่วง ร่วงเกลื่อน คืนเดือนหงาย
ผิวแผ่วสาย ลมโชยผ่าน ณ ลานเหงา
ยอดมะพร้าว พริ้วแก่วงกวัด สบัดเงา
เดือนสีเศร้า เคลื่อนคล้อย ลอยเอกา
แว่วเพลงซอ พ้อลม ที่พรมแผ่ว
ว่านานแล้ว ที่ลาล่วง ให้ห่วงหา
แว่วเสียงใจ ไหวครวญ ดังหวนมา
ฟังยินว่า คิดถึงอยู่ มิรู้คลาย
ดอกรักเอย เคยเบ่งบาน บนลานเหงา
บัดนี้เฉา โทรมสิ้น จนกลิ่นหาย
หมดสีสรรค์ วันแรกแย้ม แต้มระบาย
ความเดียวดาย จึงเคลื่อนครอบ อยู่รอบลาน
ราตรีเหงา ไร้เงารัก มาถักร้อย
เดือนหงายคล้อย แสงโศกลง เหมือนสงสาร
เศร้าเพลงซอ พ้อลม พัดพรมกาล
ดังว่านาน แล้วหนอ ที่รอคอย
ดอกมะม่วง ร่วงหล่น บนลานโศก
แผ่วลมโบก ยอดสะเดา อย่างเหงาหงอย
เมฆสีเศร้า เข้ามาเยือน อย่างเลื่อนลอย
เหมือนรอคอย การปลอบย้ำ จากค่ำคืน
ลานเทวา อาดูร เมื่อสูญรัก
มิอาจพัก พิงอารมณ์ ข่มใจฝืน
กลิ่นดอกโศก วิโยคช้ำ ให้กล้ำกลืน
จะหยัดยืน อย่างไร หัวใจเอย
-------------ลานเทวา--------------
--------------
๑
ดอกละมุด หลุดร่วงเกลื่อน คืนเดือนแจ้ง
มะพร้าวแห้ง หล่นกอง ริมคลองรั้ว
แสงจันทร์สาด ส่องสบ ทบฝาครัว
แลเห็นตัว ไก่แม่ กกแต่รัง
ชัยพฤกษ์ ดึกนี้ ไม่มีช่อ
ให้เติมต่อ ความจริง กับสิ่งหวัง
ห้วงชีวิต คิดไป ใดจีรัง
ล้วนพ่ายพัง เลือนลับ ไปกับกาล
ลมชายโชย โบยผ่าน ณ ลานเทพ
สุขที่เสพ กลับเป็นทุกข์ มารุกผลาญ
สร้างสัญญา เก่าก่อน มารอนราน
รติกาล แห่งเหงา จึงเข้ามา
ยอดมะพร้าว เอนไหว เมื่อได้ลม
ความระทม เข้ามาทวง ในห่วงหา
ฝากความเหงา เร้าผ่าน ลานเทวา
ซับน้ำตา คนไกล อาลัยรัก
ดอกละมุด หลุดร่วงเกลื่อน คืนเดือนแจ้ง
ต้นรักแห้ง ปลงใบทิ้ง ก้านกิ่งหัก
ดอกโศกบาน เมื่อค่ำ ระกำนัก
สุดหาพัก พิงใจเหงา กับเงาใด
เด่นแต่เดือน แจ่มกระจ่าง อยู่กลางฟ้า
แต่จิตข้า ยังมืดมน อยู่หนไหน
ยังไม่รู้ ทิศทาง จะวางใจ
แลหาใด ล้วนมืดมน โอ้หนทาง
--------------ลานเทวา--------------
--------------
๒
พวงสะตอ ล้อลม ที่พรมผ่าน
ทิ้งใบร่วง เกลื่อนลาน ในวันเหงา
ยอดมะพร้าว กวัดแกว่ง แรงลมเบา
โยกเอนเคล้า คลอลม ที่พรมมา
กระท่อมร้าง กลางสวน ชวนว้าเหว่
มองสายเปล ขาดพัง รั้งห่วงหา
เคยขับกล่อม บทกลอน อ้อนแก้วตา
ร่ายขลุ่ยพา ใจสุข ทุกราตรี
มาบัดนี้ พี่นั่งเศร้า ที่เก่านั้น
ไร้ยอดขวัญ เคียงกาย เจ้าหน่ายหนี
ทิ้งกระท่อม ลืมลาน นานหลายปี
ยังไม่เห็น คนดี เจ้ากลับมา
ดั่งดาวเดือน เลือนพราก ไปจากค่ำ
เสียงใจร่ำ เรียกร้อง เฝ้ามองหา
นั่งนับวัน คอยรับ เจ้ากลับมา
ลานเทวา ลานเก่า ยังเฝ้ารอ
นานหลายปี ไร้วี่แวว จะหันเห็น
เรื่องจำเป็น อันใด ยึดไว้หนอ
หรือลืมสิ้น แล้วเรื่องราว คราวพะนอ
ทิ้งคนรอ เฝ้ามอง อย่างหมองตรม
หรือไปหลง ลมลิ้นใคร ในเมืองฟ้า
ทิ้งพี่ยา คนไกล ให้ขื่นขม
หลงแสงสี อันใด ยื่นใจชม
หรือหลงคม เงินตรา จึงลาไกล
------------ลานเทวา๔๙-------------
--------------
๓
ยอดมะพร้าว พริ้วอ้อน แลอ่อนไหว
รั้งดวงใจ เอนอิง กับสิ่งหมาย
พริ้วสายลม พรมโชย ระโชยชาย
คลื่นซัดทราย ซบหาด สะอาดตา
เก็บเรื่องฝาก จากทะเล มาเห่กล่อม
แลคลื่นย้อม ทรายวาด ปรารถนา
พริ้วเพลงสน ต้องลม ที่พรมมา
ลานเทวา แช่มชื่น ในคืนวัน
ริ้วคลื่นครวญ หวนเพลง บรรเลงเลิศ
ให้ก่อเกิด นิมิตรหมาย ที่ปลายฝัน
หมู่เมฆน้อย ลอยชาย อยู่พรายพรรณ
แสงตะวัน สาดส่อง ผ่องอำไพ
เรือน้อยเร่ ลอยคว้าง กลางลมคลื่น
จะหวนคืน ฝั่งฝัน เมื่อวันใหม่
จะกลับมา พร้อมหวัง ที่ตั้งใจ
ยามฟ้าใส ของวันพรุ่ง คงมุ่งมา
ปลดอารมณ์ ชมชื่น หยิบยื่นฝัน
ให้คืนวัน คิดวาด ปรารถนา
แม้นต้องแอบ หลบช้ำ ซ่อนน้ำตา
ในเวลา ตรมตรึง รำพึงครวญ
กระซิบสั่ง ฝั่งฝัน ว่าวันนี้
คงไม่มี น้ำตา มาให้หวน
แว่วเสียงฝาก จากฝัน ที่รัญจวน
มาชักชวน ชมชื่น ระรื่นใจ
-----------ลานเทวา-------------
--------------
๔
ดอกน้ำค้าง พร่างชื้น ฉ่ำผืนหญ้า
ช่อจำปา โชยกลิ่น ถวิลไหว
ดอกรักเร่ เรกลิ่นคว้าง อยู่กลางใจ
เร่รักไป มิสิ้น ในกลิ่นโชย
ดอกลันทม ตรมร่วงเกลื่อน คืนเดือนแจ้ง
พิกุลแห่ง คาลาน ลมผ่านโผย
กลิ่นจำปี ที่เรือนใหญ่ ไล้ลมโบย
มิราโรย ลับร่วง จากดวงใจ
กลีบแก้วขาว พราวพร่าง เกลือนกลางลาน
ลมพริ้วผ่าน กลิ่นหวน ชวนหลงไหล
กุหลาบสาว เบ่งบาน ณ ลานใจ
คิดถึงใคร คนหนึ่ง รำพึงครวญ
-----------ลานเทวา------------
๕
โค้งเดือนเรียว เกี่ยวฝันฝาก มากห่วงหา
เดือนดารา รำพึงย้อน อาวรณ์หวัง
สายลมเหงา เร้าโชย โหยประดัง
ใจพ่ายพัง ดวงนี้ ไม่มีใคร
ลานเทวา สิ้นสูญ อาดูรรัก
จะทอถัก แต่งเติม เริ่มไม่ไหว
ความท้อแท้ แพ้พ่าย แหนงหน่ายใจ
ยากหาใคร ปลอบปลุก ความทุกข์ตรม
แม้นเงารัก เงาใจ ยังไกลพราก
ทิ้งมอบฝาก เพียงน้ำตา คราขื่นขม
จะหาสุข ใดชื่น ยื่นอารมณ์
รั้งแต่ตรม อุรา น้ำตาริน
ลานเทวา เหงาหงอย เกินร้อยฝัน
ซากชีวัน สิ้นไร้ ใครถวิล
ใจมอซอ ขอฝากซบ กลบลงดิน
ไม่อยากยิน ยลสบ พบหน้าใคร
-----------ลานเทวา๔๙-----------
------------------
๖
ดอกรำพึง ตรึงฝัน ในวันจาก
ดอกรักฝาก ใจเพ้อ ละเมอหา
ดอกน้ำค้าง พร่างพรม ลมโรยลา
ดอกน้ำตา รินร่วง ด้วยห่วงใย
ลมแผ่วผิว ปลิวล้อ ช่อชัยพฤกษ์
เมื่อยามดึก ดื่นดาว พราวไสว
ลานเทวา ยามนี้ ไม่มีใคร
จะส่งใจ ฝากจิต คิดถึงกัน
ยังแต่ความ อ่อนไหว ในเรือนจิต
ให้ชีวิต พบเจอ ความเพ้อฝัน
เร่ล่องลอย เรื่อยไป กับวัยวัน
หลงยึดมั่น ยึดติด ลวงจิตตน
ชื้นน้ำค้าง พร่างหาว หนาวเหน็บเนื้อ
ไร้อุ่นเจือ ไออิง ยิ่งฉงน
ยามเหน็บหนาว ร้าวราน สุดทานทน
ยากหาคน ชิดแนบ อิงแอบใจ
----------ลานเทวา----------
---------------------
๗
เศร้าเสียงซอ พ้อลม ที่พรมผ่าน
เหงา ณ ลาน เทวา เอกานัก
ไร้คำอ้อน จากนวลนุช สุดสดับ
รู้และรับ เพียงใจโศก วิโยคตรม
เศร้าเสียงใจ ไหวย้อน อาวรณ์หวัง
เร้าประดัง แต่ทุกข์ ไร้สุขสม
ลานเทวา โศกซ่าน ลานระทม
เป็นลานตรม ลานเศร้า เหงามิวาย
พิกุลร่วง หล่นโรย ลมโชยผ่าน
กลิ่นยังซ่าน หอมยวน ชวนใจหมาย
แต่น้องนุช สุดรัก ที่หักกลาย
หนีลับหาย ยากหวนชื่น มาคืนใจ
ยอดมะพร้าว เอนอ่อน อ้อนลมพริ้ว
สนเป็นทิว โยกย้อน อาวรณ์ไหว
ลานเทวา เหงาตรม ระทมใจ
จะหาใคร สงสาร เพียงผ่านเลย
-------------ลานเทวา--------------
--------------
๘
พริ้วเพลงไผ่ ชายคลอง ทำนองรัก
ให้หมายทัก เอาดาวเดือน เป็นเรือนหอ
เชยชิดนวล ยวนเย้า เคล้าพะนอ
ชื่นชมพอ เพียงใจ ไหวชื่นชม
ระชวยโชย โบยพริ้ว ละลิ่วล่อง
ณ ครรลอง แห่งฝัน อันสุขสม
ร้อยเรียงรัก ปักจิต เชยชิดชม
ความภิรมณ์ เริงรื่น หยินยื่นใจ
นั่งเคียงคู่ คลอเคล้า พูดเย้าหยอก
ปากพร่ำบอก รักเจ้า มากเท่าไหน
ทุกถ้อยคำ ย้ำบอก ออกจากใจ
มอบฝากไว้ แด่มิ่งขวัญ พร้อมสัญญา
อุ่นไออก กกกอด ยอดเดือนเสี้ยว
สายลมเกี่ยว หวังวาด ปรารถนา
เสียงใจครวญ หวนแผ่ว ดังแว่วมา
รักห่วงหา เจ้าอยู่ มิรู้คลาย
จูบประทับ แก้มนวล รัญจวนจิต
กอดกระชิด โอ้โลม เจ้าโฉมฉาย
ตาสบตา มองเมียง ดูเอียงอาย
คมตาชาย อ้อนซึ้ง ตรึงอารมณ์
แก้มแดงเรื่อ เนื้ออิ่ม พิมพ์ผ่องพักตร์
แลชวนชัก ให้อิงแอบ ชิดแนบสม
ปากเรียวบาง แย้มยิ้ม อิ่มอารมณ์
ซึ้งตาคม บาดจิต ชวนชิดเชย
เสียงเดือนอ้อน ออดดาว ว่าหนาวนัก
ไร้คู่รัก ร่วมเรียง เคียงเขนย
อยากได้ดาว อิงแอบ แนบชิดเชย
ยามลมหนาว รำเพย พรมแผ่วมา
เสียงดาวพ้อ อ้อนเดือน ที่เรือนนภ
กลัวเดือนลบ จากไป ให้ห่วงหา
กลัวเดือนสุข สมใจ แล้วไปลา
ทิ้งดารา ให้เศร้าสร้อย รอคอยเดือน
เสียงตัดพ้อ รำพัน รัญจวนจิต
ถ้อยย้ำติด ตรึงตรา หาใดเหมือน
ฝากสัญญา รักมั่น ไร้วันเลือน
ดุจดาวเดือน คู่ฟ้า ยามราตรี
----------ลานเทวา-----------
๙
จากนิราศร้างแรมรอนจรไปทั่ว
--------------
ฝากคำใจ ไว้คอยย้ำ แทนคำกล่าว
ฝากเรื่องราว ร้อยรส เป็นบทสรรค์
ฝากถ้อยย้ำ คำชื่น ในคืนวัน
มาแบ่งปัน มอบฝาก จากลานเทวา
ลมพริ้วผ่าน ตามกาลล่วง เพียงช่วงหนึ่ง
ฝากคำซึ้ง ซ่อนไว้ ให้ห่วงหา
ฝากความฝัน อันสุขสม ให้ลมพา
ฝากน้ำตา ตรึงตรม ระทมใจ
ฝากน้ำจิต มิตรกลอน แสนอ่อนหวาน
ฝากถ้อยจาร ลำนำบท อันสดใส
ฝากร้อยรส บทร่ำ ลำนำใจ
ฝากมอบไว้ แด่ทุกท่าน ณ บ้านธรรมดา
ธรรมดาในโลกล้วน อนิจจัง
เห็นอยู่ในสามัญยัง แผ่นหล้า
ทุกข์สุขชื่นตรมบัง ใดบ่ง ใจพา
แลเอ่ยใดในค่า ข่มข้าม ในลวง ฯ
อำนาจใดเอ่ยอ้าง นำดล
เห็นอยู่เพียงจิตตน ก่อเชื้อ
กิเลสส่อแนวผล ตามต่อ เติมมา
เหตุให้ทุกข์รุ่มเรื้อ แน่แล้ว ใจเรา ฯ
สามัญในจิตแจ้ง เดียวดาย
ไยจึ่งมารนราย วุ่นแท้
หาใดสงบใจกาย วานเอ่ย ใจยล
หาพึ่งใดเรี่ยมแร้ เท่าบ้าน ธรรมดา ฯ
----------ลานเทวา------------
--------------
๑
เก็บซ่อนเธอ ไว้ใน ใจคิดถึง
เฝ้ารำพึง รำพัน เพ้อฝันหา
ลึกอยู่ใน ใจเหงา เร้าอุรา
ปรารถนา แนบชิด จิตผูกพันธ์
โอ้ใจเอ๋ย อยากเอ่ยพร่ำ เป็นคำถ้อย
อยากเรียงร้อย รจน์ล้ำ ด้วยคำสรรค์
เป็นวจี หวานรื่น ชื่นชีวัน
มอบรักปัน ไว้เคียง เพียงพธู
ยังแต่เพียง ใจเรา เฝ้าเก็บไว้
มิอาจเอ่ย ออกไป ให้อดสู
จึงทำได้ เพียงแต่ เฝ้าแลดู
จะชื่นชู ใดสม ดั่งลมพา
ความคิดถึง ตรึงใจ อยากไกล้ชิด
ได้เพียงคิด ได้เพียงฝัน รำพันหา
ไม่อาจเอื้อน ไม่อาจเอ่ย เผยวาจา
แอบสบตา ต่อตายิ้ม ก็อิ่มใจ
-----------ลานเทวา------------
--------------
๒
โอ้รักเอย รักพราก ไกลจากจิต
ดั่งชีวิต ลับล่วง ในห่วงหา
ยากแอบซ่อน ใจช้ำ กับน้ำตา
ในอุรา หมองตรม ขื่นขมใจ
โอ้ขวัญเอย ขวัญจิต มิ่งมิตรขวัญ
ล่วงคืนวัน ตราตรึง คิดถึงไหม
ว่าขวัญพราก จากกัน สู่ฝันใด
ขวัญฤทัย ขวัญจิต อย่าคิดตรม
โอ้ยามนี้ มีแต่เหงา ที่เร้ารอบ
จะชมชอบ ใดชื่น กลับขื่นขม
ตั้งแต่ขวัญ ไกลพราก ยากชิดชม
ให้ระทม เดียวดาย สุดหมายใด
โอ้ใจเอ๋ย ใจเรา ยังเฝ้าคิด
ถึงมิ่งมิตร มิ่งขวัญ ยิ่งหวั่นไหว
กรรมใดย้อน กลอนใดย้ำ ให้จำไกล
ชื่นอะไร ไหนชื่น หนอคืนวัน
โอ้ชีวิต คิดครุ่น จนวุ่นจิต
ในทางทิศ ที่หมาย สู่ปลายฝัน
อีกแรงใจ ที่ท้อ ยากขอปัน
จะเสกสรรค์ รักใดชื่น กล้ำกลืนทน
----------ลานเทวา-------------
--------------
ชระเมียงหมาย ชม้ายมอง อย่าหมองจิต
ไฉไลพิศ โฉมเฉลา ช่างเฉิดฉันท์
ชระเมียนหมาย ให้ชายชม หรือตรมตัน
ชะรอยขวัญ จะฝากชื่น มายื่นชม
ชะแง้เก้อ ชะเง้อกลุ้ม ชะอุ่มหวัง
จะชอบชัง เช่นไร ให้ช่วยสม
ชะอ้อนโฉม ชโลมหวัง รั้งแต่ตรม
ฉลายชม ฉลีกฝัน ให้ฉันตาย
ฉะนั้นแล้ว แนวเฉลย สุดเอ่ยอ้าง
ว่าช้อยช่าง เชือนเฉย จากเคยหมาย
เฉลียวจิต คิดฉลาด เมื่อคลาดคลาย
ช้อยชม้าย มองเมียง เพียงผ่านเลย
เฉพาะช้ำ เชือดเฉือน สะเทือนจิต
ชวดเชยชิด โฉมเฉิด เจ้าเชิดเฉย
โฉมชิงชัง ให้ชอกช้ำ ระกำเอย
สุดจะเปรย ปลอบไป ไฉนจำ
ฉะนั้นเล่า เฉลาเลี่ยง เฉลียงร่าย
เมื่อโฉมฉาย เจ้าฉาบฉวย ชวนถลำ
ไฉนเลย ได้เชยชิด ชื่นจิตจำ
นานฉนำ ล้ำเลื่อน โฉมเชือนแช
----------ลานเทวา-----------
--------------
พร่างพรายแสง แห่งดาวดวง ณ ห้วงฟ้า
ระยิบฝัน ฝากจันทรา เพลาเหงา
โอ้ยามนี้ คงจะมี แต่ตัวเรา
ที่นั่งเฝ้า มองฟ้า ยามราตรี
ซ่อนเหงาเปลี่ยว กับเรียวจันทร์ เกี่ยวฝันฝาก
ก่อนไกลจาก ผ่านพ้น บนวิถี
นั่งกอดเข่า เศร้าซม ตรมฤดี
เพราะใจมี แต่ความเหงา รุมเร้ามา
สายลมแผ่ว พริ้วโชย โบยสบัด
โลมไล้รัด เร้ารวน ให้หวนหา
ค่ำคืนเหงา เศร้าซึ้ง ตรึงวิญญา
ลานเทวา สับสน อยู่คนเดียว
สดับเพียง เสียงใจ ที่ไหวหวั่น
กับชีวัน ที่พ่ายแพ้ สุดแลเหลียว
เหงาระทม ตรมใจ ใต้เดือนเรียว
อยู่ดายเดียว เอกา ว้าเหว่นัก
----------ลานเทวา------------
--------------
๕
สายลมแผ่ว พัดชื่น ในคืนฝัน
รักเสกสรรค์ ดวงใจ มิไกลห่าง
ยามแนบชิด ติดตรึงหวน กลิ่นนวลปราง
ลมบางบาง พัดย้อน เฝ้าอ้อนนวล
ซึ้งสบซึ้ง ตรึงใจ ในแววซึ้ง
เพ้อรำพึง ในชื่น ใช่คืนหวน
ได้แต่ฝัน เรื่อยไป ใจคร่ำครวญ
สุดย้อนทวน วันคืน อันชื่นใจ
โอ้อกเอ๋ย อกข้า ยังบ้าคิด
พาชีวิต จมปลัก เหมือนผลักไส
จมอยู่กับ เงาอดีต ที่กรีดใจ
เฝ้าอาลัย อาวรณ์ คิดย้อนแล
ดั่งคนบ้า โง่งม ระทมทุกข์
จะปลอบปลุก อย่างไร ไม่แยแส
เอาแต่เพ้อ ละเมอพร่ำ ย้ำดวงแด
เป็นผู้แพ้ ทั้งชีวิต และจิตใจ
เอาอดีต มาเพ้อพร่ำ ให้ช้ำจิต
เอาชีวิต มาพะวง จนหลงไหล
เอาความช้ำ มาย้ำเตือน สะเทือนใจ
เอาอาลัย อาวรณ์ มาย้อนจำ
แล้วอิงซบ ใจเศร้า กับเงาโศก
อยู่ในโลก อันพ่ายแพ้ แลต้อยต่ำ
ติดอยู่กับ โศกสลด เฝ้าจดจำ
ในคืนค่ำ เอกา โหยหาไป
-----------ลานเทวา-------------
--------------








