บันทึกร้าย ๆ ของผู้ชายคนหนึ่ง
โดย...โต้ง ภูตะนาว ฯ
....................................................................
เสาเขื่อนอันไม่ไหวหวั่นอยู่กลางลำน้ำ
ใช้เป็นที่ผูกเรือนแพลำแล้วลำเล่า
แล้วเขาก็จากไป
หลักวรธรรมก็เช่นกัน
ใช้เป็นเครื่องคำจุนโลก
แต่หาได้รับอะไรจากโลกไม่
ดุจเช่นเสาเขื่อน
ดูไร้ความสำคัญ
หากปราศจากมันเสียแล้ว
เรือนแพน้อยใหญ่เหล่านั้น
จะล่องลอยไปที่ ไหนหนอ ?
------ลานเทวา๔๙-------
....................................................................
เสียงร้องเรียกเตือน
บอกเธอตั้งหลายครั้ง
ว่า อย่า อย่า อย่า
ก่อนทำสิ่งใด
ดูเหมือนมีใครสักคน
กรีดร้องอย่างลุกลน
ว่า อย่า อย่า อย่า
อยู่ในหัวใจ ของเธอมิใช่หรือ
-----ลานเทวา๔๙------
....................................................................
ท้องทะเลกว้าง
แก่งหินใต้น้ำเป็นแนวยาว
จงระมัดระวัง
อย่าให้นาวาชีวิต
เกยตื้นบนแก่งหิน
-----ลานเทวา-----
....................................................................
ปลาตายลอยล่องไปในกระแสน้ำ
ปลาป่วยกระเสือกกระสนอยู่ท่ามกลาง
ปลาที่เข้มแข็งกว่า ว่ายกลับกระแสวังวนขึ้นสู่ต้นน้ำ
มัจจุราชมือถือเบ็ดและแห
ผู้รู้เฝ้าดูอยู่เงียบเงียบ
------ลานเทวา๔๙------
..................................................................
เวทีวิสุทธิ์แง้มเปิด
ดอกไม้งามยามนี้ร่วงโรยอับเฉา
เสียงกู่ก้องร่ำเรียกลนลาน
จากธรรมนครรันทด
ใจของฉันโศกสลด
ไม่มีสิ่งใดเสมอเหมือน
กลิ่นกำยานร่ายริน
ปนเปื้อนแผ่นดินกำซาบซ่าน
ฟ้าสูงจนมิอาจใฝ่ฝัน
แผ่นดินที่คละคลุ้ง
เศษซากอันอสุภะมลทิน
ฉันเดินทางมาไกล
ยังไม่เคยพบจุดหมาย
--------ลานเทวา๔๙--------
....................................................................
ความรู้นั้นช่างเอนกอนันต์
เมื่อฉันยิ่งเรียนรู้
กลับพบตัวเองยิ่งโง่เขลา
เมื่อหัวใจเปิดกว้างเข้าสู่
แหล่งความรู้อันไม่รู้จบ
ตัวของฉันดูจะลีบเล็กลงไป
ดุจเท่าฝุ่นหรือเศษแก้ว
ในห้วงจักรวาลอันไพศาล
จินตนาการอันล้ำลึก
ที่ก่อประโยชน์อันยิ่งใหญ่
ยังปรากฏแม้ในหมู่ชนผู้หลงผิด
เหตุไฉนผู้ปรารภ
พระวิสุทธิรรมอันไพศาล
จึงจมอยู่ในภาวะ
ความคิดอันคับแคบ
--------ลานเทวา๔๙-------
....................................................................
ดอกรักบาน
สีขาวใสไร้กลิ่นชวนชม
ต่างจากดอกใคร่
กลิ่นหอมยวนใจ
หลอกให้ชิดชม
เยื่อใยเสน่หา
ร้อยเล่ห์อารมณ์
เป็นดอกใคร่ขม
หลงชื่นชมเป็นภัย
--------ลานเทวา๔๙----------
ตามลำพัง
ช่วงเวลาหนึ่งของชีวิต
ที่หมุนวนมาบรรจบ
ช่วงเวลาแห่งความเงียบเหงา
ใครเล่าจะทำใจให้ผาสุขได้
เพียงลำพัง
โดย...โต้ง ภูตะนาว ฯ
....................................................................
เสาเขื่อนอันไม่ไหวหวั่นอยู่กลางลำน้ำ
ใช้เป็นที่ผูกเรือนแพลำแล้วลำเล่า
แล้วเขาก็จากไป
หลักวรธรรมก็เช่นกัน
ใช้เป็นเครื่องคำจุนโลก
แต่หาได้รับอะไรจากโลกไม่
ดุจเช่นเสาเขื่อน
ดูไร้ความสำคัญ
หากปราศจากมันเสียแล้ว
เรือนแพน้อยใหญ่เหล่านั้น
จะล่องลอยไปที่ ไหนหนอ ?
------ลานเทวา๔๙-------
....................................................................
เสียงร้องเรียกเตือน
บอกเธอตั้งหลายครั้ง
ว่า อย่า อย่า อย่า
ก่อนทำสิ่งใด
ดูเหมือนมีใครสักคน
กรีดร้องอย่างลุกลน
ว่า อย่า อย่า อย่า
อยู่ในหัวใจ ของเธอมิใช่หรือ
-----ลานเทวา๔๙------
....................................................................
ท้องทะเลกว้าง
แก่งหินใต้น้ำเป็นแนวยาว
จงระมัดระวัง
อย่าให้นาวาชีวิต
เกยตื้นบนแก่งหิน
-----ลานเทวา-----
....................................................................
ปลาตายลอยล่องไปในกระแสน้ำ
ปลาป่วยกระเสือกกระสนอยู่ท่ามกลาง
ปลาที่เข้มแข็งกว่า ว่ายกลับกระแสวังวนขึ้นสู่ต้นน้ำ
มัจจุราชมือถือเบ็ดและแห
ผู้รู้เฝ้าดูอยู่เงียบเงียบ
------ลานเทวา๔๙------
..................................................................
เวทีวิสุทธิ์แง้มเปิด
ดอกไม้งามยามนี้ร่วงโรยอับเฉา
เสียงกู่ก้องร่ำเรียกลนลาน
จากธรรมนครรันทด
ใจของฉันโศกสลด
ไม่มีสิ่งใดเสมอเหมือน
กลิ่นกำยานร่ายริน
ปนเปื้อนแผ่นดินกำซาบซ่าน
ฟ้าสูงจนมิอาจใฝ่ฝัน
แผ่นดินที่คละคลุ้ง
เศษซากอันอสุภะมลทิน
ฉันเดินทางมาไกล
ยังไม่เคยพบจุดหมาย
--------ลานเทวา๔๙--------
....................................................................
ความรู้นั้นช่างเอนกอนันต์
เมื่อฉันยิ่งเรียนรู้
กลับพบตัวเองยิ่งโง่เขลา
เมื่อหัวใจเปิดกว้างเข้าสู่
แหล่งความรู้อันไม่รู้จบ
ตัวของฉันดูจะลีบเล็กลงไป
ดุจเท่าฝุ่นหรือเศษแก้ว
ในห้วงจักรวาลอันไพศาล
จินตนาการอันล้ำลึก
ที่ก่อประโยชน์อันยิ่งใหญ่
ยังปรากฏแม้ในหมู่ชนผู้หลงผิด
เหตุไฉนผู้ปรารภ
พระวิสุทธิรรมอันไพศาล
จึงจมอยู่ในภาวะ
ความคิดอันคับแคบ
--------ลานเทวา๔๙-------
....................................................................
ดอกรักบาน
สีขาวใสไร้กลิ่นชวนชม
ต่างจากดอกใคร่
กลิ่นหอมยวนใจ
หลอกให้ชิดชม
เยื่อใยเสน่หา
ร้อยเล่ห์อารมณ์
เป็นดอกใคร่ขม
หลงชื่นชมเป็นภัย
--------ลานเทวา๔๙----------
ตามลำพัง
ช่วงเวลาหนึ่งของชีวิต
ที่หมุนวนมาบรรจบ
ช่วงเวลาแห่งความเงียบเหงา
ใครเล่าจะทำใจให้ผาสุขได้
เพียงลำพัง
อยู่ให้สบายเถิด
ถึงเธอจะต้องข่มบังคับ
ความหลงผิดมิได้จากเธอไปไหน
ใจของเธอก็ยังคงสงสัยอยู่ในความดิ้นรน
หากเธออยู่อย่างสบายใจ
ใจเธอก็สับสนอยู่กับความสบายใจ
ทุกข์ก็เหมือนใบไม้แห้ง
ที่ลอยไปกับสายลม
มันจะลอยผ่านความสนใจของเธอไป
สู่ตัวมันเอง
อยู่ให้สบายเถิด
ไม่มีอะไร
ไม่มีอะไร
จริงๆ
---ลานเทวา๔๙---
....................................................................
ฟ้าสูงนั้นกว้างขวาง
แผ่นดินก็ยิ่งใหญ่
แต่ฟ้านั้นสุดเอื้อม
แผ่นดินจึงโอบอุ้ม
สรรพชีวิตได้ยิ่งกว่าฟากฟ้าโอฬาร
---ลานเทวา๔๙---
....................................................................
จำเอาไว้นะ
หัวใจหนะ
ถ้าจะแกร่ง
ก็ให้แกร่งอย่าเพชร
ถ้าจะอ่อน
ก็ให้อ่อนอย่างน้ำ
เพราะที่สุดสองอย่างนั้น
มันใส
--------ลานเทวา๔๙--------
....................................................................
อาจจะเหมือนใคร หลายๆคน
บนวิถี ที่ต้องเป็นไป
ความรู้สึก ที่ไม่แตกต่าง
ในชีวิต และสิ่งหวัง
หากแต่ความเป็นจริงนั้น
จะจริงแท้อย่างไร ในเหตุผลของแต่ละคน
ใช่ หรือ ไม่ใช่ ใครตัดสินในความถูกผิดเล่า
ใครพอจะชี้นำ หากเรื่องราวนั้นแตกต่าง ในความรู้สึก
เหตุผล ต่างคนต่างอ้าง
แนวทาง ต่างคนต่างเห็น
ชีวิต ต่างคนต่างเป็น
ร้อนเย็น ต่างรู้แก่ใจ
--------ลานเทวา๔๙--------
....................................................................
บางครั้งเราอาจจะเห็นความงดงาม ในความทุกข์ยาก
โลกมักจะสอนอะไร ให้เราสงสัยอยู่เสมอ
จริงแท้เพียงใดในความรู้สึก ที่พบพาน
ปรารถนาเพียงใด ล้วนผ่านพ้นเลยล่วง
----------ลานเทวา๔๙----------
....................................................................
เก็บเกี่ยวไขว่คว้าดิ้นรน เพื่อปล่อยวาง ในที่สุด
ยากหาเห็น อันใดยั่งยืนจีรัง
แต่คนเรา ก็ยังหวัง และปรารถนา อยู่มิรู้สิ้น
------------ลานเทวา๔๙-----------
....................................................................
บางครั้ง ในหลายคำถาม........???
ยากที่จะหาความงดงามในคำตอบ.....
เพราะความจริงอันชอบธรรมนั้น..............
ไม่เคยเอาอกเอาใจใคร......................
-------------ลานเทวา๔๙---------------
....................................................................
ความงดงามของชีวิต มิได้อยู่ที่การคิดวาด
หากแต่เป็นการอยู่อย่างฉลาดในความสงบ และ เคารพในธรรม
พร้อมการกระทำ ที่เอื้อเฟื้อเสียสละ
--------ลานเทวา๔๙--------
....................................................................
การที่จะไปร่ำร้องบอกรัก
คนทั้งโลกนั้น
จะมีค่าอะไร
หากเราไม่เปิดใจ
ยอมรับความผิดพลาดของคนอื่น
เคยมั้ยใจเอย
ที่จะวางเฉย กับความเป็นไป
แล้วหันมาทำความเข้าใจ
ในความเป็นอยู่
อย่างผู้ที่รู้จริง
และเห็นจริงกับธรรมชาติของชีวิต
ที่สมบูรณ์ด้วยความสุข สงบ และสันติ
สานฝัน
ให้ทอประกายไปในท้องฟ้ากว้าง
แม้วันนี้ฉันจะพักอยู่ในเงามืดของหลืบถ้ำ
ฝันของฉันยังกระจ่าง
อยู่ในห้วงอนันตา
ท่ามกลางชีวิตที่อิสระ
ที่ดำเนินไปอย่างเสรี
------ลานเทวา๔๙-------
....................................................................
เรากินกาแฟ โดยมุ่งเอารสชาดของ ครีมเทียม กับน้ำตาล
เอ๊ะ????? เรากินอะไรกันแน่
--------ลานเทวา๔๙---------
....................................................................
ไม่มีกวี
หรือนักปราชญ์คนใด
ที่คิดจะเลือกเอาสมุด และปากกา
ในเวลาที่เขาหิวโหย
ยามนั้น
แม้มันเผา
กลับมีรสชาติมากมายหลายเท่า
ต่อสิ่งที่เรียกว่าจินตนาการ
กลิ่นของมันหอมหวนยิ่งกว่าพฤกษาธารใดๆ ในบทประพันธ์
ไม่เชื่อลองดูสิ
แล้วคุณจะได้ซึมซับสิ่งดีๆ
จากมันเผา
--------ลานเทวา๔๙--------
....................................................................
วาระแห่งราตรี
กระแสแห่งใจ
มรรคายาวไกล
พบพานอันใดแน่นอน
หาแก่นธรรมจากลำไผ่
ใส้ในกลวง
หาแต่ความหลอกลวง ตั้งใว้
หาใดพบพานในจิต
ยังแต่ความคิด ปรารถนา ตัวตน
----------ลานเทวา๔๙----------
....................................................................
ผีเสื้อสีสวย
บินโบยระริกระรี้
อยู่กับกองขี้หมาดอมดม
โอ้หนอ....???
ใยเล่ากับหมู่ชนผู้หลงผิด
จักมีจิตใจ
ให้กับธรรม
ส่งใจ
ไปหาความว่างเปล่า
กลับพบความโง่เขลา
ของตัวตน
ท่ามกลางความงมงาย
และสับสน
คือ
วิถีชน
วิถีทาง
มันไม่ถูก
กับการที่เราจะไปจับต้นชนปลาย
เพราะ
เราจะต้องมาวุ่นวายอยู่ตรงกลาง
การสารภาพ
ยอมรับ
และสำนึกนั้น
เป็นอะไรที่ลึกๆแล้ว
ไม่อยากทำ
มันง่าย
ที่คุณจะบอกรักใครสักคน
มันยาก
ตรงที่คนคนนั้นเขาไม่เข้าใจ
แต่พอคุณ
ยกผลประโยชน์มาให้
เขาก็จะพอเข้าใจ
ที่จะรักคุณ
เมื่อความมืดบอด
แตกยอดออกมา
รากเหง้าแห่งอวิชชา
ย่อมหยั่งลึก
จนยากหาเห็น
ในความรู้สึก
และสำนึกนั้น
---------ลานเทวา๔๙----------
....................................................................
ธรรมชาติของคนโง่นั้น
ไวต่อการแสวงหาความสุข
แต่จะด้านชาและวางเฉย
ต่อความทุกข์ยากลำบากของผู้อื่น
เพราะฉนั้น
เขาจึงไม่เคยหยิบยื่นประโยชน์
และสาระอันควร
ให้แด่ใครเลย
เขาจึงเป็นคนเห็นแก่ตัว
ที่โง่ที่สุด
---------ลานเทวา๔๙----------
....................................................................
ปล่อยให้ตัวเอง
อยู่คนเดียวซะบ้าง
จะได้รู้ว่า
ความอ้างว้างนั้น
มันไม่ได้มีจริงๆ
ชีวิตคือความจริง ที่เราต้องประสบ
มันไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก
แต่คนเรามักมีเงื่อนไขต่างๆ
มากจนทำให้การดำรงค์และดำเนิน มันขาดเกินจนวุ่นวาย
แล้วจะโทษใครหละ
เราหวังวาดชีวิตเราด้วยความคิดได้
แต่ในความเป็นจริง
เราอาจทำไม่ได้
เพราะพรุ่งนี้
เราอาจจะเห็นความจริง
ที่ไม่ตรงกับความคิดเราก็ได้
สิ่งที่ทำให้เรากังวล และเป็นทุกข์นั้น
คือการกระทำ และความคิด ของตัวเราเอง
จะเดินหน้า
หรือถอยหลัง
มันก็ต้องระวัง
ทั้งสองอย่าง
เมื่อมองเห็น
ก็สงสัย
ใจจึงถาม
เมื่อมองไม่เห็น
กลับยิ่งสงสัย
ใจยิ่งถาม
-----ลานเทว๔๙------
....................................................................
ใจบอกรู้
ในสิ่งที่ไม่รู้
ทั้งๆที่ไม่รู้
ในสิ่งที่รู้
รึเรารู้อะไร
----ลานเทวา๔๙----
....................................................................
ขยะอารมณ์
ทับถมจิต
ขยะชีวิต
ทับถมใจ
ขยะเก่า
เคล้าผสมขยะใหม่
ขยะจึงล้นใจ
ทุกเวลา
------ลานเทวา๔๙-----
....................................................................
จันทรา
ห่างไกลสุดขอบฟ้า
ยังแผ่รัศมีมาสู่ตัวเธอและฉัน
ยามค่ำคืน
ฉันยังมีจันทร์เป็นเพื่อน
แม้ไม่มีเธอ
ยามนั้น
---ลานเทวา๔๙---
....................................................................
ถึงเวลาแล้วหรือยัง
ที่ดอกไม้จะเบ่งบาน
ดอกไม้แห่งความผาสุข
จะเบ่งบานอยู่ในหัวใจ
ดอกไม้แห่งรัก ที่มอบให้
เบ่งบานอยู่ในหัวใจ หรือยัง
---------ลานเทวา๔๙---------
....................................................................
มายารักถักทอสาน
เป็นม่านบังใจ
ความเป็นจริง
มืดบอด
ยากหาเห็น
แม้เพียงธุลี
แห่งศีลธรรม
ยังแต่สุขจอมปลอม
ที่คอยย้อมใจ
ให้เอนไหว
ไปกับกระแส
โอ้หนอใจเรา
พลาดพ่ายอีกแล้วหรือไร
ยามนี้
สงบลึก ในบรรยากาศ
กระแสแห่งความรู้สึก ผ่านล่วง
ณ หุบห้วงแห่งวิญญาณ รู้เพียงเลยลับ
ผัสสะที่กระทบ สะท้อนไหว แล้วสาบสูญ
ดำดิ่งในความสงบ
ยามนั้น
-------ลานเทวา๔๙--------
....................................................................
คุณงามความดีนั้น มิอาจงอกเงยได้
ถ้าจิตใจเรา ไม่รู้จักความดีงาม
ความเลวทรามนั้น งอกงามอยู่ได้
ถ้าจิตใจเรา ไม่รู้จักคุณงามความดี
---------ลานเทวา๔๙---------
เส้น
....................................................................
ทางแคบๆ ในโลกกว้างใหญ่
จริงหรือ กับสิ่งใหม่ๆ บนหนทางนั้น
ความแปรผัน และเปลี่ยนแปลง ชีวิต
ยึดติด กับสิ่งใด จีรัง
---------ลานเทวา๔๙-------
....................................................................
เก็บความรัก ความพอใจ กองไว้
เก็บความชิงชัง ความไม่พอใจ กองไว้
แล้วหาตาชั่ง มาชั่งดู
ดูสิว่า อะไรมันจะหนักกว่า
และจงรู้ไว้เถอะว่า ขยะในใจเรา
มันมีอะไรขนาดไหน
ความรัก ความชิงชัง
มันมักจะสลับกันไปมา
อย่าได้ไว้ใจเชียวนะ
จะบอกให้
-------ลานเทวา๔๙-------
....................................................................
ผีเสื้อสีสรรค์ สวยสด
ยังขยับปีกงาม เข้าเคลียคลออยู่กับกองขี้หมาได้
นับประสาอะไร กับนางฟ้า
ผู้ไม่ประสีประสา กับความเลวทราม
จะหลงงาม ไปกับชายชั่วมิได้
ยามนั้น สูเอย
น้ำตานางฟ้า จะร่วงแล้ว ร่วงอีก
นั่นมิใช่กฏแห่งสวรรค์ห่าเหว อันใดดอก
นอกเสียจากว่า ใจสั่งมา
ความรัก เรื่องของหัวใจ
ความรู้สึก
และอะไรต่อมิอะไร อีกมากมายที่จะนิยาม
หรือแก้ตัว
แต่นางก็ได้เสียตัว และเสียใจ ไปแล้ว
แต่นิทาน หรือนิยาม ยังไม่จบ และยังไม่สิ้นดอก
เพราะของพรรนี้ มันอยู่ที่ใจ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ว่ากันไป ว่ากันไป
-----------ลานเทวา๔๙-------------
....................................................................
บ้าหรือเปล่า ที่มาถามตัวเองว่าทำมัย
ทำมัยต้องอย่างนั้น อย่างนี้
ทั้งๆที่ตัวเองก็ไม่รู้ว่าทำมัย
---------ลานเทวา๔๙----------
....................................................................
ไม่แปลกหรอกนะ ที่ฉันทำให้ความรักมันเกิดขึ้นได้
และพร้อมกันนั้น ฉันยังทำความผิดหวังให้เกิดขึ้นได้อีกเช่นกัน
เช่นนั้นจริงๆ
--------------------ลานเทวา๔๙------------------------
....................................................................
ตอนเด็กๆ
มีคนบอกว่า
ทุกคนเป็นกวี เมื่อเขามีความรัก
โตขึ้นมาหน่อย
จึงได้รู้ว่า บทถ้อยรำพันต่างๆนาๆ
ที่เรียกกันว่าบทกวี
ขี้เมาแถวบ้าน ก็รำพันได้
ไม่รู้เขามีความรักหรือเปล่า
รู้แต่ว่า เขาเมา
-----ลานเทวา๔๙-----
....................................................................
คนเรานั้น
มักจะเลือกสรรค์หา
เอาแต่สิ่งดีๆ ให้กับตัวเอง
ทั้งๆ ที่สิ่งนั้น เป็นเพียงแค่เปลือก
เขายังพิถีพิถัน
ในการเลือก เลือก เลือก
แล้วคุณละ มีเปลือก ที่สวยๆกับเขาแล้วรึยัง
----------ลานเทวา๔๙----------
....................................................................
ในความนิ่งเฉย ใช่ว่าสงบ
หากแต่สิ่งที่รบเร้านั้น
กำลังถูกต่อต้าน
อยู่ต่างหาก
ไม่เชื่อลองดูสิ
ว่ามันสงบตรงไหน
-------ลานเทวา๔๙-------
....................................................................
มองตัวเอง แต่กลับไปเห็นคนอื่น
มองคนอื่น แต่กลับเห็นตัวเอง
ความแตกต่าง
จึงเปรียบเทียบกันไม่รู้จบ
เพราะมองไม่พบตัวตนที่แท้จริงของตัวเอง
------------ลานเทวา๔๙-----------
....................................................................
ในโอกาสพิเศษ
สำหรับเธอ
นอกจากถ้อยพร่ำเพ้อเจ้อ
ฉันยังนึกไม่ออกว่า
จะเสนอ สาระอะไรดี
---------ลานเทวา๔๙------
หลั่งน้ำตา
ร่ำหาค่าของใจ
ความรู้ชอบ
ที่เป็นจริง
มีมากมาย
หลากหลาย
คำยืนยัน
เป็นบท
เป็นตอน
เป็นกลอน
เป็นกวี
แต่ยากหาความจริงแท้
ที่ควรเป็น
ในความรู้สึกผิดชอบชั่วดี
เขาจึงเป็นคนเลว วันยังค่ำ
คุณจึงเป็นคนดี ทั้งปีทั้งชาติ
ส่วนฉัน
หัวเราะทั้งน้ำตา
เพราะขำ
และสังเวชใจ
........โต้ง ภูตะนาว ฯ.......
ถึงเธอจะต้องข่มบังคับ
ความหลงผิดมิได้จากเธอไปไหน
ใจของเธอก็ยังคงสงสัยอยู่ในความดิ้นรน
หากเธออยู่อย่างสบายใจ
ใจเธอก็สับสนอยู่กับความสบายใจ
ทุกข์ก็เหมือนใบไม้แห้ง
ที่ลอยไปกับสายลม
มันจะลอยผ่านความสนใจของเธอไป
สู่ตัวมันเอง
อยู่ให้สบายเถิด
ไม่มีอะไร
ไม่มีอะไร
จริงๆ
---ลานเทวา๔๙---
....................................................................
ฟ้าสูงนั้นกว้างขวาง
แผ่นดินก็ยิ่งใหญ่
แต่ฟ้านั้นสุดเอื้อม
แผ่นดินจึงโอบอุ้ม
สรรพชีวิตได้ยิ่งกว่าฟากฟ้าโอฬาร
---ลานเทวา๔๙---
....................................................................
จำเอาไว้นะ
หัวใจหนะ
ถ้าจะแกร่ง
ก็ให้แกร่งอย่าเพชร
ถ้าจะอ่อน
ก็ให้อ่อนอย่างน้ำ
เพราะที่สุดสองอย่างนั้น
มันใส
--------ลานเทวา๔๙--------
....................................................................
อาจจะเหมือนใคร หลายๆคน
บนวิถี ที่ต้องเป็นไป
ความรู้สึก ที่ไม่แตกต่าง
ในชีวิต และสิ่งหวัง
หากแต่ความเป็นจริงนั้น
จะจริงแท้อย่างไร ในเหตุผลของแต่ละคน
ใช่ หรือ ไม่ใช่ ใครตัดสินในความถูกผิดเล่า
ใครพอจะชี้นำ หากเรื่องราวนั้นแตกต่าง ในความรู้สึก
เหตุผล ต่างคนต่างอ้าง
แนวทาง ต่างคนต่างเห็น
ชีวิต ต่างคนต่างเป็น
ร้อนเย็น ต่างรู้แก่ใจ
--------ลานเทวา๔๙--------
....................................................................
บางครั้งเราอาจจะเห็นความงดงาม ในความทุกข์ยาก
โลกมักจะสอนอะไร ให้เราสงสัยอยู่เสมอ
จริงแท้เพียงใดในความรู้สึก ที่พบพาน
ปรารถนาเพียงใด ล้วนผ่านพ้นเลยล่วง
----------ลานเทวา๔๙----------
....................................................................
เก็บเกี่ยวไขว่คว้าดิ้นรน เพื่อปล่อยวาง ในที่สุด
ยากหาเห็น อันใดยั่งยืนจีรัง
แต่คนเรา ก็ยังหวัง และปรารถนา อยู่มิรู้สิ้น
------------ลานเทวา๔๙-----------
....................................................................
บางครั้ง ในหลายคำถาม........???
ยากที่จะหาความงดงามในคำตอบ.....
เพราะความจริงอันชอบธรรมนั้น..............
ไม่เคยเอาอกเอาใจใคร......................
-------------ลานเทวา๔๙---------------
....................................................................
ความงดงามของชีวิต มิได้อยู่ที่การคิดวาด
หากแต่เป็นการอยู่อย่างฉลาดในความสงบ และ เคารพในธรรม
พร้อมการกระทำ ที่เอื้อเฟื้อเสียสละ
--------ลานเทวา๔๙--------
....................................................................
การที่จะไปร่ำร้องบอกรัก
คนทั้งโลกนั้น
จะมีค่าอะไร
หากเราไม่เปิดใจ
ยอมรับความผิดพลาดของคนอื่น
เคยมั้ยใจเอย
ที่จะวางเฉย กับความเป็นไป
แล้วหันมาทำความเข้าใจ
ในความเป็นอยู่
อย่างผู้ที่รู้จริง
และเห็นจริงกับธรรมชาติของชีวิต
ที่สมบูรณ์ด้วยความสุข สงบ และสันติ
สานฝัน
ให้ทอประกายไปในท้องฟ้ากว้าง
แม้วันนี้ฉันจะพักอยู่ในเงามืดของหลืบถ้ำ
ฝันของฉันยังกระจ่าง
อยู่ในห้วงอนันตา
ท่ามกลางชีวิตที่อิสระ
ที่ดำเนินไปอย่างเสรี
------ลานเทวา๔๙-------
....................................................................
เรากินกาแฟ โดยมุ่งเอารสชาดของ ครีมเทียม กับน้ำตาล
เอ๊ะ????? เรากินอะไรกันแน่
--------ลานเทวา๔๙---------
....................................................................
ไม่มีกวี
หรือนักปราชญ์คนใด
ที่คิดจะเลือกเอาสมุด และปากกา
ในเวลาที่เขาหิวโหย
ยามนั้น
แม้มันเผา
กลับมีรสชาติมากมายหลายเท่า
ต่อสิ่งที่เรียกว่าจินตนาการ
กลิ่นของมันหอมหวนยิ่งกว่าพฤกษาธารใดๆ ในบทประพันธ์
ไม่เชื่อลองดูสิ
แล้วคุณจะได้ซึมซับสิ่งดีๆ
จากมันเผา
--------ลานเทวา๔๙--------
....................................................................
วาระแห่งราตรี
กระแสแห่งใจ
มรรคายาวไกล
พบพานอันใดแน่นอน
หาแก่นธรรมจากลำไผ่
ใส้ในกลวง
หาแต่ความหลอกลวง ตั้งใว้
หาใดพบพานในจิต
ยังแต่ความคิด ปรารถนา ตัวตน
----------ลานเทวา๔๙----------
....................................................................
ผีเสื้อสีสวย
บินโบยระริกระรี้
อยู่กับกองขี้หมาดอมดม
โอ้หนอ....???
ใยเล่ากับหมู่ชนผู้หลงผิด
จักมีจิตใจ
ให้กับธรรม
ส่งใจ
ไปหาความว่างเปล่า
กลับพบความโง่เขลา
ของตัวตน
ท่ามกลางความงมงาย
และสับสน
คือ
วิถีชน
วิถีทาง
มันไม่ถูก
กับการที่เราจะไปจับต้นชนปลาย
เพราะ
เราจะต้องมาวุ่นวายอยู่ตรงกลาง
การสารภาพ
ยอมรับ
และสำนึกนั้น
เป็นอะไรที่ลึกๆแล้ว
ไม่อยากทำ
มันง่าย
ที่คุณจะบอกรักใครสักคน
มันยาก
ตรงที่คนคนนั้นเขาไม่เข้าใจ
แต่พอคุณ
ยกผลประโยชน์มาให้
เขาก็จะพอเข้าใจ
ที่จะรักคุณ
เมื่อความมืดบอด
แตกยอดออกมา
รากเหง้าแห่งอวิชชา
ย่อมหยั่งลึก
จนยากหาเห็น
ในความรู้สึก
และสำนึกนั้น
---------ลานเทวา๔๙----------
....................................................................
ธรรมชาติของคนโง่นั้น
ไวต่อการแสวงหาความสุข
แต่จะด้านชาและวางเฉย
ต่อความทุกข์ยากลำบากของผู้อื่น
เพราะฉนั้น
เขาจึงไม่เคยหยิบยื่นประโยชน์
และสาระอันควร
ให้แด่ใครเลย
เขาจึงเป็นคนเห็นแก่ตัว
ที่โง่ที่สุด
---------ลานเทวา๔๙----------
....................................................................
ปล่อยให้ตัวเอง
อยู่คนเดียวซะบ้าง
จะได้รู้ว่า
ความอ้างว้างนั้น
มันไม่ได้มีจริงๆ
ชีวิตคือความจริง ที่เราต้องประสบ
มันไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก
แต่คนเรามักมีเงื่อนไขต่างๆ
มากจนทำให้การดำรงค์และดำเนิน มันขาดเกินจนวุ่นวาย
แล้วจะโทษใครหละ
เราหวังวาดชีวิตเราด้วยความคิดได้
แต่ในความเป็นจริง
เราอาจทำไม่ได้
เพราะพรุ่งนี้
เราอาจจะเห็นความจริง
ที่ไม่ตรงกับความคิดเราก็ได้
สิ่งที่ทำให้เรากังวล และเป็นทุกข์นั้น
คือการกระทำ และความคิด ของตัวเราเอง
จะเดินหน้า
หรือถอยหลัง
มันก็ต้องระวัง
ทั้งสองอย่าง
เมื่อมองเห็น
ก็สงสัย
ใจจึงถาม
เมื่อมองไม่เห็น
กลับยิ่งสงสัย
ใจยิ่งถาม
-----ลานเทว๔๙------
....................................................................
ใจบอกรู้
ในสิ่งที่ไม่รู้
ทั้งๆที่ไม่รู้
ในสิ่งที่รู้
รึเรารู้อะไร
----ลานเทวา๔๙----
....................................................................
ขยะอารมณ์
ทับถมจิต
ขยะชีวิต
ทับถมใจ
ขยะเก่า
เคล้าผสมขยะใหม่
ขยะจึงล้นใจ
ทุกเวลา
------ลานเทวา๔๙-----
....................................................................
จันทรา
ห่างไกลสุดขอบฟ้า
ยังแผ่รัศมีมาสู่ตัวเธอและฉัน
ยามค่ำคืน
ฉันยังมีจันทร์เป็นเพื่อน
แม้ไม่มีเธอ
ยามนั้น
---ลานเทวา๔๙---
....................................................................
ถึงเวลาแล้วหรือยัง
ที่ดอกไม้จะเบ่งบาน
ดอกไม้แห่งความผาสุข
จะเบ่งบานอยู่ในหัวใจ
ดอกไม้แห่งรัก ที่มอบให้
เบ่งบานอยู่ในหัวใจ หรือยัง
---------ลานเทวา๔๙---------
....................................................................
มายารักถักทอสาน
เป็นม่านบังใจ
ความเป็นจริง
มืดบอด
ยากหาเห็น
แม้เพียงธุลี
แห่งศีลธรรม
ยังแต่สุขจอมปลอม
ที่คอยย้อมใจ
ให้เอนไหว
ไปกับกระแส
โอ้หนอใจเรา
พลาดพ่ายอีกแล้วหรือไร
ยามนี้
สงบลึก ในบรรยากาศ
กระแสแห่งความรู้สึก ผ่านล่วง
ณ หุบห้วงแห่งวิญญาณ รู้เพียงเลยลับ
ผัสสะที่กระทบ สะท้อนไหว แล้วสาบสูญ
ดำดิ่งในความสงบ
ยามนั้น
-------ลานเทวา๔๙--------
....................................................................
คุณงามความดีนั้น มิอาจงอกเงยได้
ถ้าจิตใจเรา ไม่รู้จักความดีงาม
ความเลวทรามนั้น งอกงามอยู่ได้
ถ้าจิตใจเรา ไม่รู้จักคุณงามความดี
---------ลานเทวา๔๙---------
เส้น
....................................................................
ทางแคบๆ ในโลกกว้างใหญ่
จริงหรือ กับสิ่งใหม่ๆ บนหนทางนั้น
ความแปรผัน และเปลี่ยนแปลง ชีวิต
ยึดติด กับสิ่งใด จีรัง
---------ลานเทวา๔๙-------
....................................................................
เก็บความรัก ความพอใจ กองไว้
เก็บความชิงชัง ความไม่พอใจ กองไว้
แล้วหาตาชั่ง มาชั่งดู
ดูสิว่า อะไรมันจะหนักกว่า
และจงรู้ไว้เถอะว่า ขยะในใจเรา
มันมีอะไรขนาดไหน
ความรัก ความชิงชัง
มันมักจะสลับกันไปมา
อย่าได้ไว้ใจเชียวนะ
จะบอกให้
-------ลานเทวา๔๙-------
....................................................................
ผีเสื้อสีสรรค์ สวยสด
ยังขยับปีกงาม เข้าเคลียคลออยู่กับกองขี้หมาได้
นับประสาอะไร กับนางฟ้า
ผู้ไม่ประสีประสา กับความเลวทราม
จะหลงงาม ไปกับชายชั่วมิได้
ยามนั้น สูเอย
น้ำตานางฟ้า จะร่วงแล้ว ร่วงอีก
นั่นมิใช่กฏแห่งสวรรค์ห่าเหว อันใดดอก
นอกเสียจากว่า ใจสั่งมา
ความรัก เรื่องของหัวใจ
ความรู้สึก
และอะไรต่อมิอะไร อีกมากมายที่จะนิยาม
หรือแก้ตัว
แต่นางก็ได้เสียตัว และเสียใจ ไปแล้ว
แต่นิทาน หรือนิยาม ยังไม่จบ และยังไม่สิ้นดอก
เพราะของพรรนี้ มันอยู่ที่ใจ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ว่ากันไป ว่ากันไป
-----------ลานเทวา๔๙-------------
....................................................................
บ้าหรือเปล่า ที่มาถามตัวเองว่าทำมัย
ทำมัยต้องอย่างนั้น อย่างนี้
ทั้งๆที่ตัวเองก็ไม่รู้ว่าทำมัย
---------ลานเทวา๔๙----------
....................................................................
ไม่แปลกหรอกนะ ที่ฉันทำให้ความรักมันเกิดขึ้นได้
และพร้อมกันนั้น ฉันยังทำความผิดหวังให้เกิดขึ้นได้อีกเช่นกัน
เช่นนั้นจริงๆ
--------------------ลานเทวา๔๙------------------------
....................................................................
ตอนเด็กๆ
มีคนบอกว่า
ทุกคนเป็นกวี เมื่อเขามีความรัก
โตขึ้นมาหน่อย
จึงได้รู้ว่า บทถ้อยรำพันต่างๆนาๆ
ที่เรียกกันว่าบทกวี
ขี้เมาแถวบ้าน ก็รำพันได้
ไม่รู้เขามีความรักหรือเปล่า
รู้แต่ว่า เขาเมา
-----ลานเทวา๔๙-----
....................................................................
คนเรานั้น
มักจะเลือกสรรค์หา
เอาแต่สิ่งดีๆ ให้กับตัวเอง
ทั้งๆ ที่สิ่งนั้น เป็นเพียงแค่เปลือก
เขายังพิถีพิถัน
ในการเลือก เลือก เลือก
แล้วคุณละ มีเปลือก ที่สวยๆกับเขาแล้วรึยัง
----------ลานเทวา๔๙----------
....................................................................
ในความนิ่งเฉย ใช่ว่าสงบ
หากแต่สิ่งที่รบเร้านั้น
กำลังถูกต่อต้าน
อยู่ต่างหาก
ไม่เชื่อลองดูสิ
ว่ามันสงบตรงไหน
-------ลานเทวา๔๙-------
....................................................................
มองตัวเอง แต่กลับไปเห็นคนอื่น
มองคนอื่น แต่กลับเห็นตัวเอง
ความแตกต่าง
จึงเปรียบเทียบกันไม่รู้จบ
เพราะมองไม่พบตัวตนที่แท้จริงของตัวเอง
------------ลานเทวา๔๙-----------
....................................................................
ในโอกาสพิเศษ
สำหรับเธอ
นอกจากถ้อยพร่ำเพ้อเจ้อ
ฉันยังนึกไม่ออกว่า
จะเสนอ สาระอะไรดี
---------ลานเทวา๔๙------
หลั่งน้ำตา
ร่ำหาค่าของใจ
ความรู้ชอบ
ที่เป็นจริง
มีมากมาย
หลากหลาย
คำยืนยัน
เป็นบท
เป็นตอน
เป็นกลอน
เป็นกวี
แต่ยากหาความจริงแท้
ที่ควรเป็น
ในความรู้สึกผิดชอบชั่วดี
เขาจึงเป็นคนเลว วันยังค่ำ
คุณจึงเป็นคนดี ทั้งปีทั้งชาติ
ส่วนฉัน
หัวเราะทั้งน้ำตา
เพราะขำ
และสังเวชใจ
........โต้ง ภูตะนาว ฯ.......
ความมืดมิดในใจเจ้านั้น
จักหมดไป
หากเจ้าจะล้างใจของเจ้า
ด้วยธรรม
สหายเอย
ตามเรามาสิ
ตามมาดู
วิถีแห่งธรรม
อันจะน้อมนำเจ้าไปสู่
ความสว่าง และสงบ
สัจธรรมสำแดง ปรากฏ
ความเป็นจริงแห่งธรรม สะท้อน
กลับถูกต่อต้านจากความยินดีพอใจในสันดานเก่า
มรรคาแห่งความสว่าง จึงมืดมิดลง
เพราะความหลงในอวิชชา
โอ้หนอ
กิเลส ตัณหา
ไยถึงหยั่งรากลึกแท้
จักหมดไป
หากเจ้าจะล้างใจของเจ้า
ด้วยธรรม
สหายเอย
ตามเรามาสิ
ตามมาดู
วิถีแห่งธรรม
อันจะน้อมนำเจ้าไปสู่
ความสว่าง และสงบ
สัจธรรมสำแดง ปรากฏ
ความเป็นจริงแห่งธรรม สะท้อน
กลับถูกต่อต้านจากความยินดีพอใจในสันดานเก่า
มรรคาแห่งความสว่าง จึงมืดมิดลง
เพราะความหลงในอวิชชา
โอ้หนอ
กิเลส ตัณหา
ไยถึงหยั่งรากลึกแท้
เมื่อเหมยหมอกมาบังบดเป็นม่านขาว
ฉาบทาความเห็บหนาว
ในเรือนไพร
ข้ามองภาพนั้น ด้วยใจอันร้อนรุ่ม
หลากหลายในสรรพสิ่ง
ดำดิ่งเผาไหม้
ภายในใจข้านี้
ข้ารู้
ฉาบทาความเห็บหนาว
ในเรือนไพร
ข้ามองภาพนั้น ด้วยใจอันร้อนรุ่ม
หลากหลายในสรรพสิ่ง
ดำดิ่งเผาไหม้
ภายในใจข้านี้
ข้ารู้
จะอยู่ที่ใด ก็ไม่แตกต่าง
เพราะยังมีทางให้เดิน
มีธรรมชาติให้เพลินในพิจารณา
มีธรรมให้ใจแสวงหา
ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด
----------ลานเทวา----------
เพราะยังมีทางให้เดิน
มีธรรมชาติให้เพลินในพิจารณา
มีธรรมให้ใจแสวงหา
ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด
----------ลานเทวา----------








